เสือใหญ่สเปเชี่ยล : จาก More ถึง “สุภาพร พิมพงษ์”   

By…พี่ใส่ใจ

www.HoonSmart.com “เสนอความจริงทุกการลงทุน” ขึ้นปีที่ 9 วันที่  13 ก.ค.2569

@@@ ดัชนี SET กลับขึ้นมายืนปิดเหนือ 1,600 จุดอีกครั้ง วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา SET ปิดที่ 1,621.55 จุด +13.25 จุด มูลค่าซื้อขาย 77,145.34 ล้านบ.

@@@ ต่างชาติซื้อ + 2,080.73 ล้านบ. , กองทุนซื้อสุทธิ +2,064 ล้านบ. , พอร์ตโบรกเกอร์ +624 ล้านบ. และรายย่อยขาย 4,769 ล้านบ.

@@@ จากหุ้น “More “ จนถึง “ สุภาพร พิมพงษ์” ความหละหลวมของ ก.ล.ต ,  ตลาดหลักทรัพย์  กับผู้แบกรับ “ความเสียหาย” คือนักลงทุนและผู้ประกอบการ

@@@ ย้อนไป เมื่อเกือบ 4 ปีก่อน มหากาพย์ การฉ้อโกงครั้งใหญ่ในวงการตลาดหุ้นไทย  ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีของเช้าของวันที่ 10 พ.ย. 2565 โดยตลาดหลักทรัพย์ปล่อยให้คำสั่งซื้อหุ้น “More “ ของ “อภิมุข บำรุงวงศ์”  มูลค่า 4,500 ล้านบาท เข้าสู่การจับคู่ซื้อขาย ทั้งที่ตลาดหลักทรัพย์เองตั้งค่าความผิดปรกติที่ต้องแจ้งเตือนนักลงทุนหรือต้องระงับการซื้อขายของ หุ้น “More “ ไว้เพียงแค่มูลค่า 70 ล้านบาท

@@@ การซื้อขายได้ทำในลักษณะที่มีการนัดแนะกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และผู้ซื้อก็รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถจ่ายชำระค่าซื้อได้ แต่ตลาดหลักทรัพย์ ปล่อยให้มีการซื้อขายหุ้น “More “ ในวันนั้นไปตลอดทั้งวัน โดยไม่มีการดำเนินการใด ๆ แม้แต่การแจ้งเตือนนักลงทุน ถึงการซื้อขายที่ผิดปกติ จนสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลกับ 10 โบรกเกอร์ที่ต้องจ่ายชำระราคาแทน “ปิงปอง” หรือ “อภิมุข”

@@@ ด้วยกฏเกณฑ์อันแสนประหลาด ของสำนักหักบัญชีบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์ ที่แม้รู้อย่างดีว่ารายการซื้อขายที่เกิดขึ้นนั้นไม่สุจริต ก็ยังปล่อยให้เกิดการชำระราคาเสมือนเป็นรายการปกติได้

@@@ นอกจากความเสียหายกับนักลงทุนที่ประเมินค่าไม่ได้แล้ว ก็ยังส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหุ้น สืบเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน

@@@  มี 2 โบรกเกอร์ ที่ต้องยุติการดำเนินธุรกิจ มีโบรกเกอร์ที่ต้องขายกิจการ มีพนักงานของโบรกเกอร์จำนวนมากที่ถูกเลิกจ้าง ตกงาน เนื่องจากนักลงทุนทั่วไปลดการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย และมีจำนวนนักลงทุนไทยหายไปเจากตลาดหุ้นไทยกือบ 80,000 ราย ในช่วงปี 2567-2568

@@@  จนถึงปัจจบัน กลับไม่มีหน่วยงานใดเลย ทั้งตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือบอกเล่าให้ฟังว่า การปล่อยหุ้นเล็ก ๆที่ไม่รู้ว่าธุรกิจที่แท้จริงคืออะไร ซื้อขายกันในช่วงเสี้ยววินาทีถึง 4,500 ล้านบาท เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ซื้อคือ “ปิงปอง-อภิมุข”   เป็นบุคคลที่อยู่ใน “ watch list “ ของทั้งตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต มาตั้งแต่ปี 2564 จากการสร้างราคาหุ้น COMAN

@@@ จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ใดได้รับคืนเงินที่ตนเองจ่ายชำระคาแทนนายอภิมุข และยังไม่มีนักลงทุนรายใที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายหุ้น “More “  ได้รับการเยียวยา จากความหละหลวมปล่อยการซื้อขายที่รู้อยู่แก่ใจว่าผิดปรกติเข้าสู่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์

@@@ 4 ปีต่อมา วันที่ 15 มิ.ย. 2569 “สุภาพร พิมพงษ์”  หญิงปริศนา ได้รายงานการครอบครองหุ้น ในแบบรายงาน 246-2  ว่าตนเองได้มาซึ่งหุ้น “ TRUE” เพิ่มขึ้นจากเดิม ทำให้เป็นผู้ถือหุ้น “ TRUE” เกินกว่า 5% ต้องรายงานกับ ก.ล.ต เพื่อแจ้งกับนักลงทุน เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของนักลงทุน

@@@ ต่อมาวันที่ 2 ก.ค. 2569  ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่กับสาธารณชน โดยที่ทั้ง ก.ล.ต และตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้มีการตรวจสอบความเป็นจริงของข้อมูล ทั้งที่กรณีนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ และสามารถตรวจสอบความจริงได้โดยง่าย ไม่ว่าจะสอบถามไปยัง “ TRUE” โดยตรง หรือสอบถามไปทางโบรกเกอร์ UBS ที่ “ สุภาพร “ อ้างว่า เป็นที่ทำรายการ

@@@  ที่ง่ายที่สุดก็คือ การซื้อขายทุกรายการถูกบันทึกอยู่ในระบบการซื้อขายของโบรกเกอร์ อยู่แล้ว การตรวจสอบทำได้ง่ายแบบ “ปลอกกล้วย” เพราะทุกข้อมูลการซื้อขาย ฝาก โอน หุ้นถูกจัดเก็บไว้ที่ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ทั้งสิ้น

@@@ ตลกร้ายกว่านั้น เรื่องที่แดงขึ้นก็ไม่ใด้เกิดจากการถูกตรวจสอบจาก ก.ล.ต หรือตลาดหลักทรัพย์ กลับกลายเป็น TRUE เอง ที่เป็นผู้โต้แย้งข้อมูลที่ไม่เป็นจริงนี้ และภายหลังจากที่สื่อแทบทุกสำนัก ประโคมข่าวการแจ้งการถือครองหุ้นทิพย์ของสาวปริศนา ก.ล.ต จึงถอดข้อมูลทั้งหมดที่ “สุภาพร” แจ้งการถือครองหุ้นทิพย์หลายตัว ออกจากระบบทั้งหมด

@@@ “More” จนถึง “สุภาพรทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดทุนไทยไปแล้วเท่าไหร่ ไม่มีใครประเมินได้ ยังไม่นับรวมการกำกับดูแลการซื้อขายของทั้ง 2 หน่วยงาน ที่ไม่สามารถทำให้นักลงทุนทั่วไปมั่นใจได้ว่า มีความเป็นธรรม รายย่อยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะประสิทธิภาพการทำงานของ 2 หน่วยงานนี้

@@@ นักลงทุนรายย่อยฝากบอกมาว่า ที่นั่งยันนอนยันมาตลอดว่า ตลาดหุ้นไทยไม่มี “ naked short” นั้น  ก็ไม่มีใครเขาเชื่อ ขนาดรายงานการถือครอง “หุ้นทิพย์” ยังผ่านฉลุยมาทุกครั้งแบบนี้ การยืนยันว่าตัวเองมีประสิทธิภาพในการกำกับการดูแลนักลงทุนรายย่อยให้ได้รับความเป็นธรรม เท่าเทียม ไม่ถูกเอาเปรียบ จะยังมีใครเชื่อกันอีกหรือ ?? 

พี่ใส่ใจ ห่วงใยทุกการลงทุน : www.HoonSmart.com รู้ข่าวก่อนใคร รู้ไว รู้ลึก