HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ล็อกเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 แตะ 2.9% เตือนครึ่งปีหลังราคาสินค้าจ่อปรับขึ้นระลอกใหญ่ หลังผู้ผลิตอั้นต้นทุนมาตลอด คาดราคาน้ำมันดีเซลที่ยังสูง 35-40 บาทต่อลิตร -เอลนีโญ ทำสินค้าเกษตรพลิกกลับเป็นขาขึ้น ดันเงินเฟ้อกระจายตัวกว้างขึ้น จากเดิมกระจุกแค่ในหมวดพลังงาน
บล.บัวหลวง ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 ไว้ที่ 2.9% YoY (กรณีฐาน) โดยคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ราคาพลังงานในประเทศจะยังคงปักหลักในระดับสูง โดยน้ำมันดีเซลจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35-40 บาทต่อลิตร
บวกกับปัจจัยเสี่ยงจากปรากฏการณ์ แอลนีโญ (El Niño) ที่จะเข้ามาซ้ำเติมโดยการลดอุปทานและผลักดันราคาสินค้าเกษตรและอาหารสดให้พุ่งสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยหนุนคู่ขนานนี้จะทำให้ฐานเงินเฟ้อขยายวงกว้าง (Broad-based inflation) และเราจะได้เห็นแรงส่งของการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการที่ชัดเจนและรุนแรงยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
ขณะที่ราคากลุ่มอาหารสดพลิกกลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน แต่ราคาสินค้าและบริการในหมวดที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าโดยสารสาธารณะ (ขยายตัว 9.57% YoY) โดยเฉพาะค่าโดยสารสาธารณะนอกท้องถิ่น (ขยายตัว 11.85% YoY) รวมถึงอาหารสดบางรายการ เช่น ข้าว (ขยายตัว 3.2% YoY) ปลาทะเล (ขยายตัว 6.2% YoY) ไข่สด (ขยายตัว 1.66% YoY) และผลไม้สด (ขยายตัว 0.8% YoY) เป็นต้น สะท้อนว่าต้นทุนด้านพลังงานยังคงส่งผ่านมายังราคาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี แรงกดดันดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารสดบางรายการปรับลดลง เช่น เนื้อสัตว์สด (หดตัว 10.1% YoY) และผักสด (หดตัว 0.3% YoY) เป็นต้น จนทำให้ราคาหมวดอาหารสดโดยรวมหดตัว 0.75% YoY (หรือหดตัว 0.21% MoM) ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่ยังกระจุกตัวอยู่กับความแตกต่างของแต่ละหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ จึงช่วยจำกัดแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น
สำหรับครึ่งปีแรก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัว 2.42% YoY (แต่หดตัว 0.34% MoM) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 2.7% YoY แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 จากปัจจัยด้านพลังงานในประเทศ แต่แรงส่งเริ่มแผ่วลง สะท้อนจากราคาหมวดพลังงานที่ขยายตัว 13.7% YoY ชะลอลงจากที่ขยายตัวได้ 18.1% YoY ในเดือนก่อนหน้า (หรือลดลง 3.54% MoM)
สอดคล้องกับราคาน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะราคาขายปลีกดีเซลเฉลี่ยในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ปรับลดลงเหลือ 39.35 บาทต่อลิตร จาก 41.14 บาทต่อลิตรในเดือนพฤษภาคม 2026 (หรือลดลง 4.3% MoM) และจากราคาหมวดพลังงานที่ปรับเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จึงหนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ 1.08% YoY
ต้นทุนมีการส่งผ่านสู่ราคาสินค้าและบริการ แต่อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing power) ยังแตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม
แม้ราคาพลังงานในประเทศจะปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ราคาสินค้าและบริการในหลายหมวดยังคงปรับเร่งตัวขึ้น สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่เร่งตัวขึ้น 1.23% YoY (หรือขยายตัว 0.27% MoM) นั่นแสดงให้เห็นว่าแรงหนุนเงินเฟ้อกำลังเปลี่ยนผ่านจากราคาพลังงานไปสู่สินค้าและบริการในประเทศมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจาก:
อาหารพร้อมทาน: ขยายตัว 3.25% YoY
อาหารสำเร็จรูป: ขยายตัว 3.05% YoY
เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์: ขยายตัว 1.29% YoY
วัสดุก่อสร้าง: ขยายตัว 0.89% YoY
เครื่องสุขภัณฑ์: ขยายตัว 0.79% YoY
สิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด: ขยายตัว 3.26% YoY
หมวดตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล: ขยายตัว 0.15% YoY (หรือขยายตัว 1.17% MoM) ซึ่งพลิกมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 24 เดือน นำโดยค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการรังสี ค่าห้องพักคนไข้ ค่าบริการคนไข้นอก และค่าบริการคนไข้ใน
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลฝั่งผู้ผลิต โดยแม้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมิถุนายน 2026 ยังอยู่ในระดับสูงที่ 7.2% YoY (แต่ลดลง 1.5% MoM) แต่ส่วนต่างระหว่างดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เริ่มแคบลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้ผลิตเริ่มส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังราคาสินค้าและบริการได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่ากระบวนการส่งผ่านต้นทุน (Cost pass-through) กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีแนวโน้มทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อมีฐานที่กว้างขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในหมวดพลังงานเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การส่งผ่านต้นทุนยังไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง โดยผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้าราคาถูก และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง สะท้อนจากราคาสินค้าและบริการหลายหมวดที่ยังคงปรับลดลง เช่น:
หมวดเสื้อผ้าและรองเท้า: หดตัว 0.98% YoY
เครื่องใช้เบ็ดเตล็ดภายในบ้าน: หดตัว 0.1% YoY
ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล: หดตัว 0.18% YoY
ค่าของใช้ส่วนบุคคล: หดตัว 0.4% YoY
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนไว้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและกระตุ้นยอดขาย ส่งผลให้การส่งผ่านต้นทุนของเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะไม่ทั่วถึง (Uneven)
