หุ้นโตเกียวลบ-เอเชียบวก หุ้นเทคบวก ราคาน้ำมันลง

HoonSmart.com>>”หุ้นโตเกียว” เช้านี้ ปรับตัวลดลง จากเปิดบวก “ตลาดหุ้นเอเชีย” บวก แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง และรอรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมิ.ย.คาดว่าจะเผยแพร่ปลายสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (6 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวลดลงจากที่เปิดบวกด้วยรับแรงหนุนจากการเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์บางตัว ท่ามกลางภาวะที่ขาดปัจจัยชี้นำใหม่ๆ ในการซื้อขาย หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้น 603.19 จุด หรือ 0.86% จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ มาอยู่ที่ 70,347.26 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวขึ้น 30.45 จุด หรือ 0.75% มาอยู่ที่ 4,095.05 จุด

ในตลาดหลัก Prime Market หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร กลุ่มก่อสร้าง และกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า

ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 161.45-47 เยน เทียบกับระดับ 161.39-49 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 160.77-79 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน Goldman Sachs Group Inc. ได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินเยนโดยประเมินว่าจะอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ภายในระยะเวลาหนึ่งปี จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 155 เยนต่อดอลลาร์

ทีมยุทธศาสตร์การลงทุนซึ่งรวมถึง Kamakshya Trivedi ระบุในรายงานว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคในภาพรวม ซึ่งประกอบด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงและจะยังคงสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อยู่ในระดับต่ำ ความกังวลด้านการคลังที่ยังคงมีอยู่ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างต่อเนื่อง

ณ เวลา 8.42 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 69,369.77 จุด ลดลง 375.3 จุด, -0.54%

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้นักลงทุนกำลังทบทวนการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และมุ่งความสนใจกับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะเผยแพร่ในปลายสัปดาห์นี้

ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวขึ้น 0.5% โดยมีจำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลงในอัตราส่วนมากกว่า 2 ต่อ 1 ส่วนดัชนี Kospi พุ่งขึ้น 2.2% ก่อนการนำหุ้นของบริษัท SK Hynix Inc. เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเพิ่มขึ้น และกลุ่ม OPEC+ ส่งสัญญาณเพิ่มปริมาณการผลิต ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 0.3% สู่ระดับ 71.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากการขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือที่สหรัฐฯ คุ้มครองในช่องแคบแสดงให้เห็นสัญญาณของการฟื้นตัว สมาชิก OPEC+ ยังสนับสนุนการเพิ่มโควตาโดยรวมเล็กน้อยสำหรับเดือนหน้าด้วย

ตลาดเข้าสู่ครึ่งหลังของปีด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนกำลังพิจารณาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานของสงครามอิหร่าน และว่าการฟื้นตัวที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถยั่งยืนได้หรือไม่ หลังจากที่ราคาหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปฟื้นตัวจากการร่วงลงสองวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความสนใจได้เปลี่ยนไปที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการเพื่อดูสัญญาณว่าการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเปลี่ยนเป็นผลกำไรหรือไม่

โทนี ซิคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG Markets ในซิดนีย์กล่าวว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดัชนีหุ้นที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงทั้งในสหรัฐฯ และเอเชีย ต่างเข้าสู่ช่วงพักฐานก่อนที่จะถึงฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2

ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ก็เป็นที่จับตาเช่นกัน โดยค่าเงินวอนทรงตัวหลังจากที่ฟื้นตัวขึ้นเมื่อช่วงปลายวันศุกร์ จากระดับที่อ่อนค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2009 ทั้งนี้ การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานจากผู้ที่ทราบข้อมูลระบุว่า เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้กำลังเตรียมรับมือกับกระแสเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขาย American Depositary Receipts (ADR) ของบริษัท SK Hynix

ความเคลื่อนไหวในการเปิดให้มีการซื้อขายค่าเงินวอนตลอด 24 ชั่วโมงถือเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานของทางการเกาหลีใต้ ในการเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงตลาดในประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น และเพื่อสนับสนุนเหตุผลในการปรับสถานะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้ขึ้นไปอยู่ในกลุ่มตลาดที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) ของดัชนี MSCI Inc.

ในส่วนอื่นๆ ของตลาด ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังจากที่เคยปรับตัวขึ้นในช่วงแรก โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทางด้านราคาเงินปรับตัวสูงขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 62.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทางด้านสัญญาฟิวเจอร์สของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ยังคงรักษาช่วงบวกต่อเนื่องจากวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่ตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันหยุด ส่วนราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อย

สัปดาห์นี้ นักลงทุนจับตาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายจะเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกที่นำโดยประธานเควิน วอร์ช ในวันพุธนี้

เอ็ด ยาร์เดนี นักวิเคราะห์ตลาดระบุไว้ในบทวิเคราะห์ว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟดบ่งชี้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.5 ครั้งในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นการพลิกผันอย่างมากจากการคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมากในช่วงสามปีที่ผ่านมา รายงานการประชุมน่าจะแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการเห็นชอบกับการปรับราคาครั้งนี้มากน้อยเพียงใด

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,059.194 จุด เพิ่มขึ้น 15.551 จุด, +0.38%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 23,404.61 จุด เพิ่มขึ้น 54.58 จุด, +0.23%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,163.98 จุด เพิ่มขึ้น 75.64 จุด, +0.94%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 47,137.96 จุด เพิ่มขึ้น 357.34 จุด, +0.76%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมลดลง 0.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 0.19% ซื้อขายที่ 68.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 0.28 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ซื้อขายที่ 71.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–