ก.ล.ต.ส่งอัยการฟ้องแพ่ง 5 รายสู้ปั่นหุ้น VL ปรับ’ศุภศิษฏ์’-พวกกว่า 5 ลบ.จัดต่อปปง.

HoonSmart.com>>ก.ล.ต.ขอให้พนักงานอัยการฟ้อง 5 ราย ร่วมปั่นหุ้น”วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์” (VL) ลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุด นำโดย”ศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์”สั่งปรับมากกว่า 5 ล้านบาทและดอกเบี้ย ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และเป็นกรรมการ เพราะไม่ยินยอมระงับคดีในชั้น ก.ล.ต. จากก่อนหน้านี้ 4 รายยอมยุติจ่ายค่าปรับแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 5 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ (VL) เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด

ตามที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดรวม 9 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น VL โดยกำหนดให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 10,854,500 บาท (ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด) และกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นระยะเวลารายละ 17 เดือน หรือ 22.5 เดือน (แล้วแต่กรณี) และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นระยะเวลารายละ 34 เดือน หรือ 45 เดือน (แล้วแต่กรณี)

ทั้งนี้ คดีได้ยุติในชั้น ก.ล.ต. แล้วจำนวน 4 ราย ส่วนผู้กระทำความผิดอีก 5 ราย ได้แก่ (1) นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ (2) นางสาวภรณี เมฆดำรงแสง (3) นายบวร รุ่งเรืองเนาวรัตน์ (4) นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล และ (5) นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ซึ่งพิจารณาได้ว่าผู้กระทำความผิดทั้ง 5 ราย ไม่ยินยอมที่จะระงับคดีในชั้น ก.ล.ต.

ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 5 รายดังกล่าวต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงินรวมทั้งสิ้น 5,079,141.55 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดทั้ง 5 ราย ซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

อนึ่ง ก.ล.ต. ได้นำส่งการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542