HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ ปรับตัวลดลง แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคร่วงลงตามตลาดสหรัฐฯ “ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก” ร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบสี่วัน จากการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ความกังวลอีกครั้งกับการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาจจะเร็วและแรงเกินไปแล้ว
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (2 กรกฎาคม 2569) ปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ซึ่งปรับตัวลดลงเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าภาวะตลาดอาจร้อนแรงเกินไป
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง 1,240.05 จุด หรือ 1.76% จากระดับปิดเมื่อวันพุธ มาอยู่ที่ 69,234.91 จุด ในขณะที่ดัชนี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.80 จุด หรือ 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4,014.30 จุด
หุ้น Kioxia Holdings Corp. ดิ่งลง 14% หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงถึงกว่า 650% ในปีนี้
ในตลาดหลัก( Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวลดลงนำโดยกลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็กและกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แก่กลุ่มขนส่งทางอากาศและกลุ่มอุปกรณ์ขนส่ง
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 162.54-55 เยน เทียบกับระดับ 162.53-63 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 162.67-68 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพุธ
ณ เวลา 9.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 69,591.75 จุด ลดลง 883.21 จุด, -1.25%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบสี่วัน จากการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ทำให้เกิดความกังวลอีกครั้งว่า การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจจะเร็วและแรงเกินไปแล้ว
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ปรับตัวลงหนักที่สุด โดยร่วงลง 5.36% ทันทีที่เปิดตลาด ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องสั่งระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 5 นาทีเพื่อชะลอความผันผวน ขณะที่ดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็กปรับตัวลดลง 3.55%
หุ้น SK Hynix Inc. และ Samsung Electronics Co. ต่างร่วงลงกว่า 8%
นอกจากนี้ ข่าวที่ว่า Apple Inc. กำลังเจรจาเพื่อจัดซื้อชิปจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของจีนสองราย ยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ผลิตชิปของเกาหลีใต้อีกด้วย
นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเอเชียด้วยอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบอย่างน้อย 16 ปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เนื่องจากภาวะตลาดที่พุ่งทะยานอย่างร้อนแรงจากกระแส AI บีบให้ต้องลดสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ทำกำไรได้สูงสุดในเกาหลีใต้และไต้หวัน แล้วหันไปมองหาหุ้นที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (laggards) ซึ่งมีราคาถูกกว่าแทน
เกาหลีใต้ยังรายงานอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี หนุนความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนพุ่งแตะระดับ 3.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ และถือเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
ข้อมูลนี้ช่วยสนับสนุนความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งถัดไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้
ราคาน้ำมันแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงสู่ระดับ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านในกาตาร์เป็นไปด้วยดี และมีเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดพันธบัตรเตรียมรับข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 110,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน แต่ตัวเลขคาดการณ์มีความแตกต่างกันมาก โดยมีตั้งแต่ระดับ 25,000 ไปจนถึง 200,000 ตำแหน่ง ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดผลลัพธ์ที่ผิดไปจากความคาดหมาย ส่วนอัตราการว่างงานนั้นคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.3%
ในการประชุมที่เมืองซินตรา โปรตุเกสเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตลาดพันธบัตรคลายความกังวลลงได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้วอร์ชยังระบุว่าจะยังคงยึดมั่นในเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% อย่างแน่วแน่ และพร้อมที่จะทำให้ผู้ที่คาดหวังว่าจะมีการใช้นโยบายการเงิน
แบบผ่อนคลายต้องผิดหวัง
ตลาดกำลังประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้ที่ระดับประมาณ 80%
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,0816.22 จุด ลดลง 31.225 จุด, -0.76%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 23,184.05 จุด เพิ่มขึ้น 303.03 จุด, +1.32%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,029.53 จุด ลดลง 273.88 จุด, -3.3%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 46,701.71 จุด ลดลง 317.28 จุด, -0.67%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมลดลง 0.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 1.04% ซื้อขายที่ 67.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 0.6 ดอลลาร์ หรือ 0.84% ซื้อขายที่ 70.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

