HoonSmart.com>>เอกชนรายแรก! “บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ “(BAM) เซ็น MOU กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯเดินหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บนพื้นที่ 33 ไร่ จ.อำนาจ เจริญ พื้นที่ทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ฟื้นฟูระบบนิเวศดูดซับก๊าซเรือนกระจก คาดกักเก็บคาร์บอน 29.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี แหล่งสร้างอาชีพแก่ชุมชนควบคู่กับการวางแผนเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในอนาคต
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่าง BAM และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการระหว่างภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดย BAM ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน หรือ ESG และ CSR in Process ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบาย ความดี 5 ประการ ของ BAM คือ ดีต่อประเทศดีต่อสังคม ดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้ถือหุ้น และดีต่อพนักงาน อีกทั้งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นต้นแบบของการ ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ และเกิดคุณค่าร่วมต่อทุกภาคส่วนในระยะยาว รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ และสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน
“ทำความฝันให้เป็นความจริง BAM มีพื้นที่แบบนี้กระจายอยู่ทั่วประเทศเยอะ ซึ่งไม่ใครเก่งในการสร้างประโยชน์บนพื้นที่ว่างเปล่า เท่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จับมือมาอนุรักษ์ธรรมชาติ แทนการบุกรุกป่า สร้างป่าสวยๆ ให้ชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ทำกิน ที่ผ่านมา BAM เคยมีที่ดินว่างเปล่า ที่ จ.เชียงราย และปลูกต้นสัก แล้วมีคนมาซื้อพร้อมต้นสักที่ปลูกมา 10 ปี “นางทองอุไรกล่าว
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทรัพย์แผ่นดินที่ BAMได้มาจากกองหนี้ที่ประมูลซื้อมา หากเก็บไว้เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ จึงมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งก้าวสู่การเป็นผู้สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน Value Creator อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อว่าการบริหารทรัพย์ในปัจจุบันต้องสร้างทั้งผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม การพัฒนาพื้นที่สีเขียวเป็นตัวอย่างของการนำทรัพย์ NPAs มาพัฒนาเพิ่มคุณค่าในทุกมิติ
โครงการบนพื้นที่ 33 ไร่ ในตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญนั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ 31 ไร่ จะได้รับการฟื้นฟูตามแนวทางปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ ด้วยไม้ท้องถิ่น 20 ชนิด รวมจำนวน 3,600 ต้น ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และพัฒนาเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 29.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ส่วนพื้นที่อีก 2 ไร่ สำหรับการใช้ประโยชน์ของชุมชนเชิงเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณค่า และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่กว่า 6,390 คน ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน อาทิ ตลาดสินค้าเกษตรและพื้นที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การเพาะกล้าไม้ การปลูก และการดูแลรักษาพื้นที่ในระยะยาว โดยรูปแบบการพัฒนาจะดำเนินการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง สร้างรายได้ปีต่อปี และต่อยาวอาจจะถึง 10 ปี
“การลงทุนลักษณะนี้ไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพของสินทรัพย์ และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ทั้งยังเป็นการวางรากฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในอนาคต”ดร.รักษ์กล่าว
BAM มีเป้าหมายต่อยอดสู่การพัฒนาสินทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Asset Portfolio) ในวงกว้างต่อไป และอีกหนึ่งความสำคัญของโครงการ คือการเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างผืนป่าดงใหญ่ และสวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของพื้นที่สีเขียว เสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว โดยยังมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่หลายแปลง แต่จะเริ่มโครงการแบบนี้ได้อีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของชุมชน
หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิแม้ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี เริ่มต้นที่จ.เชียงราย โดยมุ่งเน้นการทำงานด้านการฟื้นฟูผืนป่าควบคู่กับการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ซึ่งในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา ขยายผลการดำเนินงาน โดยนำความรู้เรื่องการฟื้นฟูดูแลป่าดอยตุงไปสู่ป่าชุมชนใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ การมาทำอะไรเรื่องใหม่ๆ ที่จ.อำนาจเจริญ ซึ่งตำบลสร้างถ่อน้อยแห่งนี้ เป็นหนึ่งในชุมชนที่ดูแลป่าชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่อง มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพื้นฐานการประกอบอาชีพที่สามารถต่อยอดได้อีกมาก
สิ่งสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกป่าเพียงอย่างเดียวแต่คือการปลูกคนเข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างงานสร้างอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ควบคู่กันไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งเป็นภารกิจที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินการมาโดยตลอด
“มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ใช้เวลาคุยกับ BAM ไม่ถึง 2 เดือน จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนได้มาทำงานที่นี่ บนพื้นที่ 12,000 ไร่ เห็นความเข้มแข็ง ความทุ่มเทของชุมชน มีการช่วยดูแลกันป่า ไม่เคยเกิดไฟไหม้เลย จึงมองเห็นศักยภาพ พร้อมมองหาพันธมิตรมาทำ สร้างโมเดลใหม่ และนับเป็นโครงการแรกที่ทำบนพื้นที่ของเอกชน ที่ผ่านมาทำบนที่ดินของส่วนราชการ ในประเทศไทยยังไม่เคยทำขนาดนี้เลย ต้องใช้คำว่า กล้าและบ้าบิ่น นำร่อง”หม่อมหลวงดิศปนัดดากล่าว
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน โครงการจะมุ่งพัฒนาพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกไม้เศรษฐกิจท้องถิ่นแบบเลียนแบบธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ผ่านการส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาดูงานในอนาคต ทั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับ BAM ในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ที่สมดุลในทุกมิติ และสามารถต่อยอดสู่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต
