บล.บัวหลวงส่ง DR “GOLDM01” ลุยทองโลก รับทองปรับฐานเทรด 25 มิ.ย.นี้ชูค่าฟีต่ำสุด

HoonSmart.com >>หลักทรัพย์บัวหลวงเปิดตัว DR “GOLDM01” อ้างอิงกองทุนทองคำแท่งสหรัฐฯ GLDM เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทย 25 มิ.ย. 2569 ชูจุดเด่นค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดในตลาด 0.10% ต่อปี เหมาะเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและออมทองระยะยาว ในจังหวะที่ราคาทองคำกำลังปรับฐาน จับตาแนวรับบริเวณ 3,800–4,000 ดอลลาร์ ถัดไปที่ 3,200–3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS)  เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการนำ DR01 ใหม่จำนวน 13 หลักทรัพย์ ซึ่งอ้างอิงหุ้นและ ETF แห่งอนาคตจากตลาดสหรัฐฯ และฮ่องกง เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน บริษัทจึงเดินหน้าต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเตรียมนำ DR “GOLDM01” อ้างอิง SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM) กองทุนรวม ETF ทองคำชั้นนำจากตลาดสหรัฐฯ เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนไทยเข้าถึงสินทรัพย์ระดับโลกได้หลากหลายยิ่งขึ้น

สำหรับจุดเด่นสำคัญของ DR “GOLDM01” คือ เป็น DR ที่อ้างอิงกองทุนรวม ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งจริง โดยมูลค่าของ ETF จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลก (LBMA Gold Price) ที่สำคัญยังมีค่าบริหารจัดการกองทุนต้นทางเพียง 0.10% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในกลุ่ม DR ที่อ้างอิง ETF ทองคำที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน อีกทั้งไม่มีการเรียกเก็บค่าบริหารจัดการ DR ในประเทศไทยเพิ่มเติม ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายหรือถือครอง DR “GOLDM01” ในระยะยาวได้ด้วยต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่

25 มิ.ย. 2561 กองทุน GLDM มีผลการดำเนินงานรวมอยู่ที่ประมาณ 259% สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก และสามารถใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนในภาวะตลาดที่มีความผันผวนได้เป็นอย่างดี

“ปัจจุบันนักลงทุนให้ความสนใจ DR ที่อ้างอิงกองทุนทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถลงทุนในทองคำได้โดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง ใช้เงินลงทุนไม่สูง มีสภาพคล่อง สามารถซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้นไทย อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ภาวะตลาดมีความไม่แน่นอน และไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บหรือดูแลทองคำจริง ซึ่งการนำ DR “GOLDM01” เข้าจดทะเบียนบนกระดานหุ้นไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหลักทรัพย์บัวหลวงในการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนระดับโลกมาสู่นักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง” นายพิเชษฐ กล่าว

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ทองคำเผชิญแรงขายค่อนข้างรุนแรงตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่เงินเฟ้อ CPI เดือนพฤษภาคมเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่า Fed อาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่เคยประเมินไว้ และมีโอกาสกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี 2569 หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ ความกังวลดังกล่าวหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

​ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ อีกทั้งยังเกิดเหตุละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงกันในช่วงต้นเดือนเมษายน

​แรงกดดันต่อราคาทองคำยิ่งรุนแรงขึ้นในเชิงกราฟเทคนิค หลังราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นทั้งเส้น EMA 200 วัน และแนว Horizontal Support ของรูปแบบ Descending Triangle ที่ฟอร์มตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม การหลุดระดับดังกล่าวจึงถือเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มขาลง และเพิ่มความเสี่ยงที่แรงขายทางเทคนิคจะเร่งตัวขึ้นในระยะสั้น

​จึงประเมินว่า ราคาทองคำยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญแรกบริเวณ 3,800–4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปบริเวณ 3,200–3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือทิศทางการคาดการณ์ดอกเบี้ยของตลาดที่มีความเสี่ยงที่จะเข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่แม้จะปรับตัวลงจากจุดสูงสุด แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ และลดความน่าสนใจของทองคำในระยะสั้น

​ภาพดังกล่าวยังสะท้อนผ่านกระแสเงินทุนในกองทุน Gold ETF โดยแรงขายกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ปริมาณการถือครองทองคำลดลงรวม 13 ตัน ภายในเวลาเพียง 7 วันทำการ เทียบกับการลดลง 11 ตันตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในทองคำ เพื่อรับมือกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

​อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงระยะยาว ยังคงมองว่าทองคำได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) เข้าซื้อทองคำสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ในเดือนพฤษภาคม และยังเร่งการสะสมอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ราคาปรับฐาน โดยปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นจาก 5.0 ตันในเดือนมีนาคม สู่ 8.1 ตันในเดือนเมษายน และ 10.0 ตันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ PBoC ที่จะใช้จังหวะการอ่อนตัวของราคาในการทยอยสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ

​แม้ปัจจัยเชิงโครงสร้างในระยะยาวจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่แรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่อ่อนแอลงทำให้เราปรับลดประมาณการราคาทองคำสำหรับปี 2026 ลง โดยปรับเป้าหมายในกรณีฐาน (Base Case) จาก 5,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหลือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับเป้าหมายในกรณีดีที่สุด (Best Case) จาก 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหลือ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อสะท้อนสมมติฐานความเสี่ยงที่ตลาดอาจเผชิญกับภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า DR มีแนวโน้มจะเป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่เป็นช่องทางลงทุนหลักในต่างประเทศสำหรับนักลงทุนไทยมากขึ้น

สะท้อนจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของ DR ทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยที่อยู่ประมาณ 65,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิ.ย. 2569) ซึ่งนับเป็นจุดสูงสุดใหม่ โดยเติบโตจากสิ้นปี 2568 ที่ 54,000 ล้านบาท และสิ้นปี 2567 ที่ 29,000 ล้านบาท อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มูลค่าซื้อขาย DR เฉลี่ยต่อเดือนนับจากต้นปี 2569 เท่ากับ 23,000 ล้านบาท เติบโตจากค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2568 และ 2567 ที่ 15,000 ล้านบาท และ 4,600 ล้านบาท ตามลำดับ

ปัจจุบัน DR01 ซื้อขายในตลาดหุ้นไทย รวมทั้งสิ้น 49 หลักทรัพย์ ครอบคลุมการลงทุนในดัชนีหุ้นชั้นนำของโลก ทั้งสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง เวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น รวมถึงหุ้นสามัญชั้นนำในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และยุโรป โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ DR ทั้งอุตสาหกรรม อีกทั้งนับตั้งแต่ต้นปี 2568 DR01 ยังสามารถสร้างผลตอบแทนรวมเฉลี่ย +22% สูงกว่าผลตอบแทน SET Index ที่อยู่ระดับ +14% (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มิ.ย. 2569)

โดยหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทย คือ DR “MICRON01” ที่อ้างอิงผู้นำชิปหน่วยความจำของโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาว ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นกว่า 200% นับตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 และถือเป็น DR ที่มีมูลค่าการซื้อขายรวมสูงสุดในอุตสาหกรรมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ที่ 7,800 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จในการคัดเลือกหลักทรัพย์อ้างอิงที่มีศักยภาพการเติบโตในระดับโลก

เพื่อนำเสนอทางเลือกการลงทุนคุณภาพให้แก่นักลงทุนไทยผ่านตลาดหุ้นไทย และตอกย้ำว่าการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความเสี่ยงและยกระดับศักยภาพการสร้างผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวได้

ทั้งนี้ DR “GOLDM01” จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 25 มิถุนายน 2569ผ่านกระบวนการนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนโดยตรง (Direct Listing) โดยไม่ต้องจองซื้อล่วงหน้าเหมือนกรณี IPO ทำให้นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในวันดังกล่าว

 

 

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–