HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับวันนี้ 1,520 – 1,530 จุด แนวต้าน 1,550 – 1,560 จุด มองตลาดรอแรงซื้อสะสม เพื่อสร้างฐานรอรีบาวด์รอบใหม่ แนะเข้าซื้อสะสมบริเวณแนวรับ 1,510 จุด ระยะสั้นแนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย,กลุ่มได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า พร้อมเสิร์ฟหุ้นวันนี้แนะนำ BCPG, OSP
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,520 – 1,530 จุด แนวต้าน 1,550 – 1,560 จุด โดยวานนี้ดัชนีปรับลดลงแรงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ จากความกังวลเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดัชนีจะต้องรอแรงซื้อสะสม เพื่อสร้างฐานรอการรีบาวน์รอบใหม่ โดยมีโซนที่น่าเข้าซื้อสะสมบริเวณแนวรับ 1,510 (Forward P/E 15.5X) ระยะสั้นแนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย เช่น BH, BDMS, BEM, ICHI, OSP กลุ่มได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น CPF, TU, ITC, STA
ประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ช่วงบ่าย คือ ผลการประชุม กนง.คาดจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% และวันพฤหัสติดตามตัวเลขส่งออกไทย พ.ค. คาด +14.3% & เม.ย. +23.1% YoY
ส่วนผลการประชุม ครม.วานนี้ รัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนผ่าน Thailand FastPass มูลค่าลงทุน 7 แสน ลบ.ในกลุ่มอุตสาหกรรม New S Curve โดยทุกเม็ดเงิน 1 แสน ลบ.จะช่วยกระตุ้น GDP ไทยได้ราว 0.3 – 0.4% ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคม, โรงไฟฟ้า, รับเหมาก่อสร้าง และธนาคาร ส่วนประเด็นตั๋วร่วมรถไฟฟ้าที่คิดค่าโดยสาร 17 – 45 บาทนั้น ครม.มีมติให้เริ่มโครงการตั้งแต่ 1 ม.ค. 70 ซึ่งคาดจะส่งผลบวกต่อ BEM มากสุด โดยมี Consensus Fair Value อยู่ที่ 8.00 บาท
ขณะที่ Dollar Index แข็งค่าอยู่ที่ 101.39 ส่งผลให้ค่าเงินบาทวานนี้อ่อนค่าอยู่ที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากสุดในรอบ 1 ปี ก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ต่างชาติชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มตลาด EM
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ DJIA -0.09%, S&P500 -1.44%, Nasdaq -2.21% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -3.66%, อุตสาหกรรม -2.03% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย -4.9% โดยเม็ดเงินสลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น สินค้าอุปโภค +1.8%, เฮลธ์แคร์ +1.37% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วง ก.ย. และ ธ.ค. นี้ เพื่อคุมเงินเฟ้อ กอปรกับกังวลภาระค่าใช้จ่ายด้าน AI ของกลุ่ม Hyperscaler ที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลลบต่อผลประกอบการ ส่วนกลุ่มผู้ผลิตชิป Memory เช่น Micron Tech, SanDisk -13%
ช่วงค่ำวันนี้ติดตามรายงานกำไร Q3 ของ Micron Tech ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันพรุ่งนี้ติดตาม US GDP Q1/69 คาด +1.6% QoQ, US PCE พ.ค. คาด +4.1% YoY ที่เป็นดัชนีสำคัญที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อของสหรัฐ
หุ้นแนะนำ BCPG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.75 บาท) ราคาเริ่มฟื้นตัวหลังจากคลายกังวลทั้งเรื่องธุรกิจคลังน้ำมัน (มีการชี้แจงว่าไม่มีการตั้งด้อยค่าฯ) และการขายหุ้นโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ (Hamilton) ช่วงสั้นผลประกอบการ 2Q69 จะเห็นภาพของการชะลอตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลของโครงการ Monsoon และโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ
ขณะที่ YoY เติบโตขึ้นจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่าย CP ก่อนที่ 3Q69 กำไรจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเป็น high season ของโรงไฟฟ้า Hydro ในลาวและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ รวมถึงมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโรงไฟฟ้า Hamilton ราว 2.5 พันล้านบาท
ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดแม้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงฟ้าสหรัฐฯ จะลดลง แต่จะมีส่วยชดเชยจากกำไรพิเศษ และการรับรู้ผลประกอบการของโครงการ Monsoon เต็มปี คาดทำกำไรปี 69 ยังสามารเติบโตได้ที่ราว 2.58 พันล้านบาท +202%YoY
หุ้น OSP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 18.41 บาท) มีปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงได้ประโยชน์จาก มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoY +QoQ หนุนจากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ขณะที่การดำเนินงานใน 2Q69 ยังจะมีแรงหนุนจาก “ไทยช่วยไทยพลัส” และสภาพอากาศร้อน
ด้านผู้บริหารวางเป้ารายได้ปี69 เติบโต +Mid Single Digit% วางงบลงทุน 400-500 ล้านบาท สนับสนุนนวัตกรรมต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี ปรับปรุงระบบกระจายสินค้า และ ESG ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี69 และ 70 ของ OSP* ที่ 3,620 ล้านบาท -1%YoY และ 3,761 ล้านบาท +4%YoY ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 14x, และ Dividend Yield ที่ 5%

