HoonSmart.com >>รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับความล่าช้า เปิดตัว “Thailand FastPass” มูลค่าเงินลงทุน 2.23 แสนล้านบาท สั่ง 8 หน่วยงานอนุมัติการลงทุน ปลดล็อกประเทศสู่กลุ่มรายได้สูงเร็วขึ้น 8 ปี พร้อมยืนยันสาธารณูปโภคป้อนทุนข้ามชาติพร้อม ไม่มีสะดุด
“ถ้าทุกอย่างในประเทศพร้อมหมด แต่อนุมัติช้า นั่นคือความด้อยประสิทธิภาพ และรัฐบาลนี้ไม่มีวันยอมรับสิ่งนี้ในแผ่นดินของเรา”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวในพิธีเปิดงาน “Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน”
เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนและดุดันที่สุดไปยังนักลงทุนทั่วโลก นอกเหนือจาก 23 บริษัทที่ได้รับบัตรในโครงการ Thailand FastPass ว่า ประเทศไทยยุคนี้จะไม่ยอมให้ “ขั้นตอนทางราชการ” มาเป็นตัวฉุดรั้งเม็ดเงินและโอกาสเติบโตอีกต่อไป
นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียน โดยเป็น
ศูนย์กลางโลจิสติกส์ ด้วยทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ใจกลางภูมิภาค รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ายกระดับระบบคมนาคมขนส่งอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าไทยมีความพร้อมยิ่งขึ้นกว่านี้ ก็จะมาปรับปรุงระบบขนส่งเชื่อมเครือข่ายทั้งหลายที่มีอยู่ไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง
“ผมยังยืนยัน ประเทศไทยเรามีความพร้อมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ท่านไปเวทน้ำหนัก ไปประเมิน ในทุกๆ ปัจจัย Geographical location โลจิสติกสส์ ระบบโลจิสติกส์ ความพร้อมความเสถียร เสถียรภาพของรัฐบาล และเครือข่ายทางการค้า ผมเชื่อมั่นว่าในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยเรายังเป็นศูนย์กลางและมีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นๆ”นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นักลงทุนสามารถมั่นใจได้เต็มร้อยในเรื่องความมั่นคงของทรัพยากร ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปาสำหรับอุตสาหกรรม และพลังงาน (น้ำมันและแก๊สธรรมชาติ) ที่จะไม่มีวันขาดแคลน เพื่อให้ภาคการผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนนโยบายภายใต้กรอบความโปร่งใส หลักนิติธรรม และกฎหมายสากล พร้อมเดินหน้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อการันตีมาตรฐานการทำธุรกิจในระดับสากลไทยมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geographical Location) ระบบโลจิสติกส์ที่พร้อมเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านแบบครบวงจร และเสถียรภาพที่แข็งแกร่งของรัฐบาล
โครงการ Thailand Fast Pass จะลดทอนเอกสารตามรูปแบบเดิมๆ และเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดหมาย “One Stop Service” ที่แท้จริง โดยการดึง 8 หน่วยงานหลักที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการอนุมัติธุรกิจเข้ามาบูรณาการร่วมกัน ประกอบด้วย กรมศุลกากร,สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (EIA),การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.),สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.),การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI)
”ถ้า 8 หน่วยงานนี้ทำงานเหล่านี้ให้ท่านไม่ได้ ไม่มีประเทศไทยแล้วครับท่าน เพราะธุรกิจทุกอย่างมันก็จะหายไปจากประเทศนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พวกเรายอมไม่ได้”นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า จากการจัดงาน “เอกชนพูด รัฐบาลฟัง” แล้วนำปรับมาสู่ “รัฐบาลลงมือทำ” ที่ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้นำข้อมูลมาปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติแบบก้าวกระโดด ด้วยการร่นระยะเวลาเป้าหมายในการนำพาไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง จากกรอบเดิม 20 ปี ให้เหลือเพียง 12 ปี การประหยัดเวลาไปได้ถึง 8 ปีนี้ ถือเป็นอัตราเร่งที่จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพของประเทศอย่างมหาศาล
ความเชื่อมั่นนี้ไม่ใช่เพียงการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะทันทีที่นานาชาติและสถาบันประเมินผลระดับโลกได้เห็นแผนการดำเนินงานและกฎเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม ต่างก็ปรับดัชนีความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยทันที ทั้งที่นักลงทุนรายใหม่ยังไม่ทันได้เริ่มตอกเข็มสร้างโรงงานด้วยซ้ำ
นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ความสำเร็จของกลุ่มทุนข้ามชาติและบริษัท 23 รายแรกที่ได้รับบัตร Thailand Fast Pass ในวันนี้ จะส่งผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ (Multiply Effect) ไปยังทุกภาคส่วนของสังคม เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจะแปรเปลี่ยนเป็นภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคลธรรมดาเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ พร้อมสร้างการจ้างงาน ยกระดับสวัสดิการ และกระจายรายได้ไปสู่ผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง พนักงาน และครอบครัวของพวกเขาในท้ายที่สุด
พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นว่า นักลงทุนจะได้รับการสนับสนุนด้านพลังงาน (Supply Source) ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ และน้ำมัน/แก๊ส อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพสูงสุด โดยไม่มีการหยุดชะงัก
ทั้งนี้ โครงการ Thailand Fast Pass (ทางด่วนการลงทุน) เป็นมาตรการของ BOI ที่ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เพื่อเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว โดยลดขั้นตอนการอนุมัติและอนุญาตลง 20% 50%
มีโครงการในระบบราว 25 โครงการ มูลค่ารวม 2.23 แสนล้านบาท โครงการส่วนใหญ่ที่ได้รับสิทธิ Fast Pass เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายยุคใหม่ (New S-Curve) ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale (Hyperscale Data Center) และระบบคลาวด์ ,ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วน,อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB),พลังงานหมุนเวียน (Clean Energy)
รัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยปลดล็อกอุปสรรคและผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้จริงสูงถึง 390,000 ล้านบาท ภายในปี 2570

