PLANET แจง ตลท. ยืดดีลที่ดิน Data Center ยันค้างจ่าย 14 งวดไม่โมฆะ เร่งเจรจาทุนสิงคโปร์

HoonSmart.com>>แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย แจงปมงบ Q1/2569 ยืดจ่ายค่าที่ดิน Data Center—ยันค้างหนี้ 14 งวด ยังไม่เข้าข่าย ‘ดีฟอลต์’ พร้อมอัปเดตคดีความ 115 ล้านบาท

บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย (PLANET) แจงประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินไตรมาส 1/2569 ว่า

ปมยืดจ่ายค่าที่ดิน

รายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าที่ดินสัดส่วน 46% (มูลค่า 86 ล้านบาท จากราคารวม 185 ล้านบาท) ของบริษัทย่อย เพื่อพัฒนาโครงการ Data Center ที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้มีการขยายกำหนดเวลาชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 99 ล้านบาท ออกไปเป็นภายในวันที่ 26 ก.พ. 2570

เนื่องจากกำลังอยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) ร่วมกับกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์ ที่สนใจเข้ามาร่วมทุนและซื้อหุ้นเพื่อขยายธุรกิจ AI Computing Service ในอนาคต โดยสัญญายังคงมีกลไกคุ้มครองสิทธิอย่างรัดกุม หากมีการยกเลิกสัญญาสามารถเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย หรือเลือกรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนได้

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวคิดเป็นขนาดรายการเพียง 14.39% จึงไม่เข้าข่ายต้องเปิดเผยสารสนเทศในคราแรก

ค้างจ่ายค่างวด 14 งวด

กรณีที่บริษัทย่อยทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโครงการ Data Center จาก บริษัทอินฟราเซท (INSET) มูลค่า 374 ล้านบาท ปัจจุบัน PLANET ค้างชำระค่างวดแล้วถึง 14 งวด เป็นยอดหนี้คงค้างรวม 220.40 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม PLANET ยืนยันว่า สถานะปัจจุบันยังไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ตามเงื่อนไขสัญญา เนื่องจากบริษัทยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้อย่างต่อเนื่อง และทางเจ้าหนี้ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาหรือริบเงิน โดยขณะนี้ได้มีการร่วมประชุมสามฝ่ายระหว่าง PLANET, เจ้าหนี้ และผู้ที่สนใจซื้อกิจการต่อ เพื่อจัดทำโครงสร้างแผนการผ่อนชำระหนี้ใหม่จำนวน 29 งวด (สิ้นสุด มิ.ย. 2571) เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเบื้องต้น

ปัจจุบันกรรมสิทธิ์ใน Data Center ดังกล่าว ยังเป็นของ บมจ.อินฟราเซท (INSET) โดย PLANET จะได้รับโอนกรรมสิทธิ์ก็ต่อเมื่อชำระเงินตามสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว”

คดีความ 115.9 ล้านบาท

PLANET ชี้แจงว่า คดีความอาญาที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งยื่นฟ้องบริษัทและกรรมการ ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายอาญา เรียกทุนทรัพย์ 115.90 ล้านบาทนั้น

แม้ว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2568 ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ทางโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยบริษัทให้คำมั่นว่าจะรายงานความคืบหน้าทันทีหากมีคำพิพากษาใหม่ เพื่อความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

 

 

 

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–