หุ้นโตเกียว-เอเชียบวก รอผลประชุมเฟด

HoonSmart.com>> “หุ้นโตเกียว” ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนี Nikkei ทะลุระดับ 70,000 จุด เป็นครั้งแรกในวันก่อนหน้า “ตลาดเอเชีย” บวก รอผลประชุมเฟด

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้( 17 มิถุนายน 2569) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนี Nikkei ทะลุระดับ 70,000 จุดเป็นครั้งแรกในวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงช่วยหนุนความเชื่อมั่น

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลง 1.81 จุด จากวันอังคาร มาอยู่ที่ 69,402.69 จุด ขณะที่ดัชนี Topix ปรับตัวขึ้น 7.80 จุด หรือ 0.20% มาอยู่ที่ 3,998.94 จุด

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดคือ กลุ่มก่อสร้างและธนาคาร ขณะที่หกลุ่มขนส่งทางทะเลและเหมืองแร่ปรับตัวลง

เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่นดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 160.42-44 เยน เทียบกับ 160.42-52 เยนในนิวยอร์ก และ 160.22-24 เยนในโตเกียว เวลา 17.00 น. ของวันอังคาร

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 โดยเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง การเติบโตสูงกว่า 16.2% ที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ และสูงกว่า 14.8% ในเดือนเมษายน

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศพุ่งสูงขึ้น 61.2% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในแง่ของมูลค่า โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เฟื่องฟู ในขณะที่การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 16.4%

ณ เวลา 9.10 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 69,926.08 จุด เพิ่มขึ้น 521.58 จุด, +0.75%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และค่อนข้างทรงตัวก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ซึ่งมี เควิน วอร์ช เข้าร่วมในฐานะประธานครั้งแรก ขณะที่ สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเตรียมลงนามในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวอย่างเป็นทางการ และราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนักจากข่าวที่ว่าเชื้อเพลิงของอิหร่านอาจเข้าสู่ตลาดโลกในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง

ดัชนีหุ้นเอเชียของ MSCI Inc. แทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกันสามวัน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นกลุ่มชิปเป็นส่วนใหญ่ ปรับตัวลง 0.3% หลังจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าดิ่งลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในเดือนมีนาคม

ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นก่อนการประกาศนโยบายของเฟด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรออสเตรเลียอายุ 10 ปีลดลง 5 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นก็ลดลงเช่นกัน ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุครบกำหนดใกล้เคียงกันลดลง 1 จุด และทรงตัวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน

ในสัปดาห์นี้ ยกเว้นกรณีธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้น ธนาคารกลางของประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ รวมถึงเฟด คาดว่าจะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย

สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าคือแนวโน้มนโยบายภายใต้การนำของวอร์ช Bloomberg Economics มองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการที่เฟดสื่อสารกับตลาด เนื่องจากวอร์ชไม่น่าจะนำคาดการณ์หรือ “Dot” ของเขาไปแสดงใน Dot Plot ที่ถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการแหวกแนวจากธรรมเนียมปฏิบัติของเจอโรม พาวเวลล์ เจเน็ต เยลเลน และเบน เบอร์นันเก้

การคาดการณ์นโยบายจากนักกลยุทธ์ในวอลล์สตรีทมีความหลากหลาย บริษัทจัดการสินทรัพย์ PGIM ของสหรัฐฯ กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่แอนดรูว์ ฮอลเลนฮอร์สต์ จาก Citigroup Inc. กล่าวว่า ธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ส่วน BNP คาดการณ์ล่าสุดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,092.441 จุด เพิ่มขึ้น 0.549 จุด, +0.01%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,417.24 จุด ลดลง 76.71 จุด, -0.31%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 8,750.25 จุด เพิ่มขึ้น 23.65จุด, +0.27%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 45,584.61 จุด ลดลง 224.58 จุด, -0.49%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.06 ดอลลาร์หรือ 0.08% ซื้อขายที่ 76.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.04 ดอลลาร์ หรือ 0.05% ซื้อขายที่ 79.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–