HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด มองแนวโน้ม SET วันนี้แนวรับ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานปรับลดลง รอประเมินผลประชุมเฟดช่วงค่ำวันนี้ แนะทยอยซื้อธีม De-escalation, ได้ประโยชน์จากการลงทุน,กลุ่ม Domestic Play, กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาพลังงานลดลง หุ้นแนะนำ GULF, SCC

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ และปัจจัยช่วยหนุนกลุ่ม Domestic Play โดยนักลงทุนยังอาจรอประเมินผลการประชุมเฟดในช่วงค่ำวันนี้ คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% และมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐจาก ประธานเฟด คนใหม่ เควิน วอร์ช ว่าจะส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้หรือไม่
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยซื้อธีม De-escalation เช่น AOT,BA,BH,BDMS,MINT,CENTEL,ERW กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON กลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,TTB,KTB,KTC คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาพลังงานลดลง เช่น SCC,BA,TASCO,TOA
หลังสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ปรับลดลงอยู่ที่ 76.0 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 2.0% โดย
วานนี้เม็ดเงินหลัก ๆ ไหลเข้าลงทุนในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จากคาดการณ์ยอดปล่อยสินเชื่อปีนี้มีโอกาสกลับมาขยายตัวตามความต้องการสินเชื่อของภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่คุณสินทรัพย์ NPL คาดอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาธนาคารค่อนข้างระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ และได้กันสำรองหนี้เสียไว้ในระดับสูง
ส่วนผลการประชุม ครม.วานนี้ยังไม่มีประเด็นใหม่ โดยนายก ฯ ได้บินเยือนรัสเซีย 16 – 19 มิ.ย. ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน – รัสเซีย คาดจะมีหารือความร่วมมือในภาคเกษตร, อุตสาหกรรม, พลังงาน และการท่องเที่ยว
ส่วนค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุมเฟดที่จะมีผลกระทบต่อ Fund Flow ที่ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA +0.64%, S&P500 -0.57%, Nasdaq -1.15% ได้แรงหนุนจากกลุ่มการเงิน +1.49%, อุตสาหกรรม +0.7% หลังสหรัฐ – อิหร่านเตรียมลงนามข้อตกลงหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซในวันศุกร์นี้ ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับลดลง หลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -5.8% อยู่ที่ 76.05 เหรียญ/บาร์เรล และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย -5.7% นำโดย AMD -7%, Broadcom, Micron -4% ส่วน SpaceX +4.8%
หุ้นแนะนำ GULF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 73.50 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ในส่วนของการลงทุนทางด้าน data center มีโครงการที่ COD แล้ว 25MW (GSA01 ถือหุ้น 40%) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 138MW (GSA02 และ GEDC01) ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY
หุ้น SCC (ซื้อเก็งกำไร/ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 209.00 บาท) มี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลางทำให้ความเสี่ยงในด้านการจัดหาวัตถุดิบลดลง ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6.2 พันลบ.(+466%YoY, กลับมามีกำไรหลังจากขาดทุนใน 4Q68 ที่ 3.7 พันลบ.) มีแรงหนุน QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ YoY มาร์จิ้นซีเมนต์ปรับตัวดีขึ้น และมีแรงหนุนจากธุรกิจในอินโดนีเซียของ SCGP*
ด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 นี้ มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีได้จาก Spread ปิโตรเคมีที่สูง นอกจากนี้ SCC* ยังมีประเด็นบวกจากการขายหุ้น CAP(อินโดฯ) ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้บันทึกเป็นกำไรพิเศษในงบกำไรขาดทุน แต่จะส่งผลให้กระแสเงินสดคล่องตัวมากขึ้น ปัจจุบัน ตลาดประเมินกำไรสุทธิปี 69 และ 70 ของ SCC ที่ 12,592 ล้านบาท (-11YoY%) และ 14,469 ล้านบาท (+15YoY%) ตามลำดับ
