“คิงส์ฟอร์ด” มองสงครามกลับมากดดัน SET ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ชู CPN-KLINIQ

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET วันนี้ “ปรับฐาน” แนวรับ 1,540 – 1,550 จุด แนวต้าน 1,570 – 1,580 จุด สงครามกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง ดันราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ด้าน “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ปิดร่วงแรง เงินเฟ้อสูงสุดรอบ 3 ปี หนุนโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยธ.ค.นี้ หุ้นแนะนำ CPN, KLINIQ

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด มองภาพรวมภาวะการซื้อขายเช้านี้คาด SET มีโอกาสปรับฐาน หลังปัจจัยเสี่ยงสงครามกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งให้โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ไปยังโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน หลังเกิดเหตุโดรนของอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐตกในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ WTI Futures เช้านี้ +2.55% อยู่ที่ 92.34 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ขนส่ง, ท่องเที่ยว และไฟแนนท์ของไทย

นอกจากนี้ตลาดรอผลการประชุม ธนาคารกลางหลัก ๆ ในสัปดาห์หน้า ว่าจะส่งสัญญาณดอกเบี้ยแบบตึงตัวหรือไม่

ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ ตลท., FETCO, AIMC จะเข้าพบ รมว.คลังเพื่อหา มาตรการขับเคลื่อนตลาดทุนผ่านโครงการ TISA ( Thailand Individual Saving Account ) เพื่อดึงเม็ดเงินออมระยะยาวเข้าสู่การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ กกร.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 1.6 – 2.0% จากเดิมคาดที่ 1.2 – 1.6% เนื่องจากได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส

บล.คิงส์ฟอร์ด ประเะมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,540 – 1,550 จุด แนวต้าน 1,570 – 1,580 จุด แนะนำเก็งกำไร BLA, TLI ได้ประโยชน์จาก Bond Yield มีแนวโน้มสูงขึ้น กลุ่มพลังงาน PTTEP,SPRC

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.87%, S&P500 -1.62%, Nasdaq -1.98% จากแรงขายกลุ่มอุต ฯ -3.4%, วัสดุ -2.45% และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ -3.6% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งโจมตีรอบใหม่ต่ออิหร่าน เนื่องจากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ส่งผลให้ WTI Futures วานนี้ +2.07% อยู่ที่ 90.03 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และดัชนี VIX ที่วัดความผันผวน +11.8% อยู่ที่ระดับ 22.22 ขณะที่ กระทรวงแรงงานสหรัฐเผย US CPI พ.ค.อยู่ที่ 4.2% & เม.ย. 3.8% YoY เป็นไปตามคาดการณ์ และสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วง ธ.ค.นี้

ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US PPI พ.ค., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และวันศุกร์ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เบื้องต้น มิ.ย., SpaceX เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐมีมูลค่าระดมทุน 7.5 หมื่น ล.ดอลลาร์สหรัฐ โดบยอดจองซื้อสูงถึง 4 เท่า

หุ้นเด่นแนะนำ CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 75.50 บาท) บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 60 เติบโต high single digit ตามการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้า แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตต่อเนื่อง YoY จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าในเดือน เม.ย.เติบโตได้ 4%YoY รายได้ค่าเช่าเติบโตจากโครงการเดิมและโครงการใหม่ที่จะมีการเปิดในเดือน พ.ค.(Central ขอนแก่น แคมปัส)

ขณะที่ 2H69 ยังมีปัจจัยหนุนจากการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ในเดือน ก.ค.(Central Northville) และรับผลดีจากยอดโอนธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มขึ้น (คอนโดขอนแก่น นครปฐม) โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่บางนา ภูเก็ต และอุบลฯ ส่วน 4Q68 มีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากตามฤดูกาลและคาดได้ข้อสรุปเรื่องขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT เพิ่มในต้นปีหน้า อิง Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท +4%YoY

หุ้น KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 121 ล้านบาท ( +43%YoY, +9%QoQ) ยังมีแรงหนุนเชิงรายได้ที่ +YoY +QoQ จากจำนวนสาขาที่สูงขึ้น(+9 สาขา YoY/ สาขาทรงตัวจากสิ้นปี 68 อยู่ที่ 82 สาขา) และจาก SSSG Cash Sales +19.5%YoY ส่งผลให้เกิด Economies of Scale

ส่วนภาพระยะสั้น การดำเนินงานใน 2Q69 เราคาดว่าอาจชะลอตัว QoQ แต่ยังสามารถเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่อง YoY โดย จำนวนสาขาที่เพิ่มใน 2Q69 สุทธิราว +2 สาขาจาก 1Q69 จะทำให้ Fixed Cost ไม่สูงขึ้นจนเกินไป ขณะที่ต้นทุนเวชภัณฑ์และยาสามารถล็อกราคาไว้ได้ราคาเดิมจนถึงสิ้นปี ปัจจุบันเราประเมินกำไรสุทธิ ปี 69 และ ปี 70 ของ KLINIQ อยู่ที่ระดับ 426 ล้านบาท (+17%YoY) และ 470 ล้านบาท (+10%YoY) ตามลำดับ

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–