HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ฯเผยตลาดหุ้นไทยยังแกร่ง กระจายตัวดีช่วยลดแรงกระแทกจากการย้ายเงินลงทุนออกจากกลุ่มเทคฯ โลก-การลงทุนใน IPO หุ้น SpaceX เข้าเอเชีย 3 กลุ่มรับอานิสงส์ ยันต่างชาติยังมั่นใจหลัง Moody’s ปรับ Outlook เป็น Stable – โครงการ JUMP+ หนุน ยอดเทรดยังเป็นซื้อสุทธิกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภาคเช้า SET Index บวก 20 จุด DELTA นำ พร้อมเปิดตัว “wiset”เชื่อมพอร์ต หุ้น-พันธบัตร-หุ้นกู้-กองทุนลดหย่อนภาษี บริการผู้ถือหุ้นไว้ในที่เดียว
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นในภูมิภาค แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในต่างประเทศ แต่หุ้นไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องการกระจายตัวของอุตสาหกรรมที่สูง ทำให้เมื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชะลอตัว เม็ดเงินลงทุนสามารถหมุนเวียน (Rotate) ไปลงทุนในกลุ่มพลังงาน โรงพยาบาล และการท่องเที่ยว
ขณะที่ ตลาดต่างประเทศในช่วงนี้มีความผันผวน เกิดจากการที่บริษัทระดับโลกอย่าง SpaceX เตรียมทำ IPO ขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดึงสภาพคล่องออกไปนั้น มองว่าเป็นเพียงกระแสการหมุนเวียนทุนระยะสั้น
จากการเดินทางไปโรดโชว์ที่อังกฤษ ฮ่องกง และจีน นักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นว่าประเทศไทยบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะสงครามและราคาพลังงานได้ดี รวมถึงมีความคาดหวังต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาวของรัฐบาลเร่งเครื่องโครงการ JUMP+ หรือการเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียน
ทั้งนี้ จากข้อมูลเซ็ทสมาร์ทต้นปี 2569 ถึง 8 มิ.ย.2569 ต่างชาติซื้อสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 3.7 หมื่นล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 7 หมื่นล้านบาท และโบรกเกอร์ ซื้อสุทธิราว 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ บรรยากาศการซื้อขายหุ้นเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569 ดัชนีหุ้นไทยเด้งกลับขึ้นมาเป็นบวก 20.16 จุด ปิดภาคเช้าที่ 1,581.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,806.42 ล้านบาท นำโดยหุ้น DELTA ที่เพิ่มขึ้นมา 20 บาท หรือกว่า 5%
นายอัสสเดช กล่าวถึง มาตรการกระตุ้นตลาดทุน ตลท. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดรายละเอียด “บัญชีออมลงทุนไทย” หรือ TISA (Thailand Investment Saving Account) ทั้งประเภทสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์และเพดานวงเงิน โดยสัปดาห์นี้ ตลท. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มีกำหนดการเข้าหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเร่งผลักดันให้เกิดความชัดเจน
ขณะเดียวกัน เตรียมพร้อมรับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนผ่าน BOI ซึ่งในปีที่ผ่านมา มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึงเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไตรมาส 1/2569 มีคำขอเข้ามาแล้วกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลกำลังเร่งกระบวนการ Fast Track เพื่อเปลี่ยนตัวเลขคำขอให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ Data Center และระบบคลาวด์ ที่มีความต้องการ Supply Chain ที่เกี่ยวเนื่องกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค (น้ำ) ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ EEC เพื่อเตรียมออกสิทธิประโยชน์สนับสนุนบริษัทข้ามชาติและยักษ์ใหญ่ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
ขณะที่ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Moody’s ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยจาก Negative กลับมาเป็น Stable (คงที่) เรียกความเชื่อมั่นในการบริหารความเสี่ยงและเศรษฐกิจภาพรวมจากนักลงทุนได้
ในระดับรายบริษัทอาจมีความแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ เช่น กลุ่มพลังงานได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูง ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และสินค้าฟุ่มเฟือยอาจเผชิญกับการชะลอตัวจากพฤติกรรมการออมเงินของผู้บริโภค จึงแนะนำให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลเฉพาะตัวอย่างรอบคอบ
ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำโรดโชว์ พาบริษัทจดทะเบียนไปพบนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดไปฮ่องกง และจะมีการพบปะกับนักลงทุนในงาน Thailand Focus เดือนสิงหาคม เพื่อเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาสัมผัสศักยภาพของประเทศโดยตรง ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคมที่มีกำหนดการจัดงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank Annual Meetings) ซึ่งถือเป็น Timing สำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกให้กลับมาสู่ตลาดทุนไทยอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับความคืบหน้าเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษีกองทุน Thai ESG นั้น ทางกระทรวงการคลังยังคงศึกษาและหารือรายละเอียดต่อเนื่อง ทั้งเรื่องประเภทสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์และวงเงิน โดยต้องดูความสมดุลด้านนโยบายการคลังร่วมกับการดูแลปากท้องของประชาชน ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่สิ้นหวังและคาดว่าจะมีความชัดเจนในไม่ช้า
ส่วนกรณีหุ้น DELTA ที่มีความผันผวนสูง ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องยังคงติดตามดูแลให้อยู่ในกรอบซื้อขายที่เหมาะสสม รวมถึง ตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติอย่างเข้มงวด หากพบราคาหรือปริมาณซื้อขายเบี่ยงเบนจากปัจจัยพื้นฐาน จะทำการแจ้งเตือน (Market Alert) ทันที เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ ยกระดับความเชื่อมั่นในระยะยาว
นายอัสสเดช กล่าวว่า ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันนวัตกรรมใหม่ “wiset” (วิเศษ) ที่รวมทุกข้อมูลและบริการสำคัญสำหรับผู้ลงทุนไทยไว้ในที่เดียวเป็นครั้งแรก เพื่อทลายข้อจำกัด ยกระดับความสะดวก และเชื่อมต่อการลงทุนให้เป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด ‘ให้ทุกการลงทุนของคุณเป็นเรื่องวิเศษ’
ปัจจุบันผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แต่ความท้าทายคือข้อมูลเหล่านั้นกระจัดกระจาย ทำให้ยากต่อการเห็นภาพรวมการลงทุนที่แท้จริง แอปพลิเคชัน wiset จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น Solution ที่เชื่อมทุกสิ่งสำคัญเข้าด้วยกัน ทั้งข้อมูลพอร์ตการลงทุน บริการ ข้อมูลและความรู้จากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจได้ดีขึ้นและทันท่วงทีในทุกช่วงเวลา สอดรับกับวิสัยทัศน์ ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Infrastructure) พร้อมยกระดับคุณภาพบริการที่มั่นใจได้ (Trusted Marketplace) ช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้ลงทุนทุกกลุ่ม (Empowering Market Participants) ตามพันธกิจสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ฟีเจอร์สำคัญของ wiset ที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนของผู้ใช้งาน คือ ครั้งแรกของไทยกับบริการ My Wealth หรือ One-Stop Portfolio Consolidation ที่รวบรวมข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ ทั้งหุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ และกองทุนลดหย่อนภาษี จากทุกช่องทางมาแสดงผลรวมกันบนหน้าจอเดียวอัตโนมัติโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลเอง อีกทั้ง ยังสามารถจัดการธุรกรรมผู้ถือหุ้นครบวงจรด้วย TSD e-Service ที่เชื่อมต่อระบบของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ ทำให้สามารถตรวจสอบการถือหุ้น ขอเอกสารเครดิตภาษีเงินปันผล และรับการแจ้งเตือนเงินปันผลเข้าบัญชีได้ทันทีผ่านแอปเดียว นอกจากนี้ wiset ยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลและองค์ความรู้จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยให้ผู้ลงทุนติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดได้แบบ real-time ทั้งข่าวสาร ข้อมูลสถิติ และการแจ้งเตือนสำคัญ พร้อมเข้าถึงคอนเทนต์คุณภาพ อาทิ วิดีโอไลฟ์สด Earnings Call และ SET e-Learning ที่คัดสรรมาให้เฉพาะบุคคลตามความสนใจ
wiset พร้อมให้ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ทั้งบนระบบ Apple App Store และ Google Play Store หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/wisetapp หรือ SET Contact Center โทร. 0 2009 9999 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมนำ wiset ไปร่วมออกบูธในงาน SET in the City 2026 วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานฟีเจอร์สำคัญ และกิจกรรมพิเศษจากแอปอย่างใกล้ชิด
