HoonSmart.con>>บลจ.กสิกรไทย (KAsset) มองสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปร ดันราคาน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น กลยุทธ์ลงทุนเน้นจัดพอร์ตสมดุล เพิ่ม “ตราสารหนี้” มอง “ตลาดหุ้นไทย” เผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอนสถานการณ์ตะวันออกกลาง เน้นลงทุนหุ้นปันผลสูง
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย (KAsset) เปิดเผยมุมมองการลงทุน Investment Weekly ประจำวันที่ 8-12 มิ.ย.2569 ว่า ภาพรวมเงินเฟ้อไทยเดือนพ.ค.เริ่มชะลอลง แต่แรงกดดันยังสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันในประเทศที่ยังทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยในระยะข้างหน้ากลับมาเร่งตัวได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนพ.ค.อยู่ที่ 2.79% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลดลงจากเดือนเม.ย.ที่ 2.89% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.92% เพิ่มขึ้นจาก 0.83% ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าแม้ราคาสินค้าบางรายการเริ่มผ่อนคลาย แต่แรงกดดันต้นทุนบางส่วนยังคงอยู่ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ส่งผ่านไปยังค่าโดยสารสาธารณะและราคาอาหารสำเร็จรูป
สำหรับปัจจัยหลักที่หนุนเงินเฟ้อเมื่อเทียบกับปีก่อนยังมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่อยู่ในระดับสูง จากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นและทยอยส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อโดยรวมชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า เพราะสินค้าหลายรายการมีราคาลดลง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงที่ชะลอตามราคาน้ำมันดิบโลก ผักสดที่ลดลงตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงเนื้อสัตว์ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม และค่าโดยสารสาธารณะที่ลดลงตามต้นทุนน้ำมัน
ในมุมมองการลงทุน KAsset ประเมินว่า แม้ราคาน้ำมันยังเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีน่าจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ที่ 1–3% จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่จะกดดันให้ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสเผชิญความผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง จึงแนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่ให้ เงินปันผลสูง เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนรวมที่น่าสนใจ ควบคู่กับความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาดโดยรวม
สำหรับสินทรัพย์หลักที่เริ่มน่าสนใจ KAsset มองว่า ตราสารหนี้ กลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นและสะท้อนแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ไปแล้วในระดับหนึ่ง ส่วน ทองคำ ยังได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ขณะที่ ราคาน้ำมัน มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หากความตึงเครียดในภูมิภาคผ่อนคลาย หลังมีความคาดหวังต่อข้อตกลงหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน
ด้านปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามในสัปดาห์วันที่ 8–12 มิ.ย. 2569 คือการประกาศดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภค หรือ CPI สหรัฐฯ วันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 10–11 มิ.ย. ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อเร่งตัวเกิน 3%
สำหรับการจัดพอร์ต KAsset แนะนำ Core Port 80% และ Satellite Port 20% โดยพอร์ตหลักสามารถเลือกลงทุนผ่านกลุ่ม K-WealthPLUS Series ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกกองทุนเดียวและไม่ต้องปรับพอร์ตเอง หรืออีกทางเลือกคือจัดพอร์ตเองโดยผสมกองทุนตราสารหนี้และหุ้น เช่น K-GDBOND และ K-GNEXT
ส่วนพอร์ตเสริม หรือ Satellite Port แนะนำกองทุนหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ K-GPIN, K-GINFRA, K-GTECH, K-ATECH, K-VALUE และกองทุนอสังหาริมทรัพย์/สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง K-PROPI เพื่อใช้เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ขณะที่กองทุนสำหรับพักเงินและกระจายความเสี่ยง ได้แก่ K-SF สำหรับเงินลงทุนอย่างน้อย 1–3 เดือน, K-SFPLUS สำหรับ 3–6 เดือน และ K-FIXEDPRO สำหรับระยะลงทุนอย่างน้อย 1.5 ปี
