HoonSmart.com>> บล.คิงส์ฟอร์ด คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัว แนวรับ 1,560 – 1,570 จุด แนวต้าน 1,590 – 1,600 จุด ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงแรง หลังจ้างงานนอกภาคเกษตรสูงกว่าคาด กังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย กระทบฟํนด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ นักลงทุนยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หุ้นแนะนำ WHAUP, CHG

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 – 1,570 จุด แนวต้าน 1,590 – 1,600 จุด คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวจากคาดการณ์เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อ Fund Flow ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ กอปรกับยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน GULF,BGRIM, AMATA,WHA,STECON,CK,BBL,KBANK และพักเงินบางส่วนในกลุ่มปลอดภัย BH,BDMS,PR9,BLA,TLI / เก็งกำไรธีม World Cup เช่น CPALL,MINT,CENTEL,ADVANC,TRUE
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.35%, S&P500 -2.64%, Nasdaq -4.18% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -5.8%, สินค้าฟุ่มเฟือย -2.4% หลังข้อมูลตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ พ.ค. เพิ่มขึ้น 172,000 สูงกว่าคาดที่ 85,000 ตำแหน่งงาน , อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 42.7% ที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. ขณะที่การเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐ – อิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุป โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Nvidia -6.2%, Intel -11.3% และ Broadcom -7.9% ส่วนกลุ่มคริปโทฯ Coinbase -7.1%, Strategy -6.9% หลังราคา Bitcoin -4.1% อยู่ที่ 60,979 เหรียญสหรัฐฯ
สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.32%, S&P -2.59% และ Nasdaq -4.7% WoW ปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มเทค ฯ สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม US CPI พ.ค. คาด 4.2% & เม.ย. 3.8% YoY, วันพฤหัส US PPI พ.ค., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และวันศุกร์ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เบื้องต้น มิ.ย., SpaceX เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ
หุ้นแนะนำ WHAUP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.90 บาท) แนวโน้มกำไรปี 69 มีปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำในกลุ่มลูกค้า Data Center โดยบริษัทคาดรายได้ค่าธรรมเนียมการความพร้อมในการจัดหาหรือสำรองน้ำ (Capacity Charge) ในปี 69 ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท (เทียบปี 68 จำนวน 425 ล้านบาท) ขณะที่คาดการณ์ปริมาณการขายน้ำในปี 69 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการใช้ของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม
ขณะที่ 2Q69 คาดกำไรปกติดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าเก็กโค่-วันกลับมาเดินเครื่องหลังจากปิดซ่อม และมี coal inventory loss ลดลง ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.45 พันล้านบาท +44%YoY และ 1.69 พันล้านบาท +17%YoY
หุ้น CHG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 248 ลบ.( +10%YoY, +10%QoQ) โดยในเชิงรายได้มีปัจจัยหนุนจากรายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐฯที่ +8%YoY เป็นผลจากรายได้ UCEP โรคซับซ้อน และ บริการเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในภาพ YoY จะสามารถเป็นบวกได้ต่อ โดย 2Q68 มีฐานต่ำจากจำนวนเงินรับจริงต่ำกว่าที่ Accrual ไว้ของ 26 โรคเรื้อรังราว -73 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของผู้ประกันตน นอกจากนี้ คาดว่ารายได้โรคซับซ้อนจะทยอยบวกได้ต่อ YoY ตามที่เห็นใน 1Q69 ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ CHG อยู่ที่ 1,037 ล้านบาท (+12%YoY ) และ 1,121 ล้านบาท( +8%YoY ) ตามลำดับ
