HoonSmart.com>>พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA กางแผนบริหารเงินแกร่ง D/E ต่ำ 1.6 เท่า รูมกู้เหลือเฟือ เผยการตั้งสำรองและ Write-off ธุรกิจ EV-แบตเตอรี่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เริ่มส่งผลบวกงบ Q2/69 เน้นปั๊มกระแสเงินสดจากการระบายสต็อก เร่งส่งมอบรถบัสไฟฟ้า ขสมก. 1,520 คัน กว่า 6,000 ล้านบาท ล็อตแรกไตรมาส 2/70 ดันธุรกิจ EV ขึ้นแท่นสร้างรายได้-กำไรตั้งแต่ปี’70 หลังค่า Adder ไฟทยอยหมด
นายธนรัฐ โรจนวิภาต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ และวางแผนการลงทุน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ตอบคำถามนักลงทุนผ่าน EARNINGS CALL(OPPDAY) ว่า สถานะทางการเงินอันแข็งแกร่ง โดยมีเงื่อนไขข้อตกลงทางการเงิน (Debt Covenant) กำหนดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ไว้ที่ไม่เกิน 3 ต่อ 1 เท่าปัจจุบัน D/E ของ EA อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.5–1.6 เท่าเท่านั้น สะท้อนว่ายังมีวงเงิน (Room) ในการจัดหาเงินกู้ได้อีกมาก
ขณะที่ ความเสี่ยงด้านการตัดจำหน่ายหนี้สูญและการด้อยค่าสินทรัพย์ (Write-off) ในอนาคต สำหรับลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง ในฝั่งธุรกิจ EV และ แบตเตอรี่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป ประกอบกับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ของบริษัทฯ มียอดสั่งจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงมีนาคมและเมษายนเป็นต้นมา จะหนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นตามยอดส่งมอบรถ
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเดินหน้านโยบายระมัดระวัง โดยจะกู้เงินใหม่เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เดิม (Refinance) หรือลงทุนในโครงการที่เหมาะสม เช่น โครงการพลังงานลม 2 โครงการใหญ่เป็นหลัก
สำหรับ ปี 2569 EA เน้นย้ำว่า priority แรกคือการ “บริหารกระแสเงินสด” และ “สร้างส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity)” ให้แข็งแกร่ง โดยมีแผนระบายสินค้าคงคลัง (Inventory) ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ที่จะเริ่มส่งผลบวกในไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป
ส่วนยอดรับรู้รายได้ก้อนใหญ่ที่จะผลักดัน Sales Growth ให้โตก้าวกระโดดจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 2570 จากโครงการรถเมล์ไฟฟ้า ขสมก.1,520 คันซึ่งจะเป็นแหล่งเงินทุน ที่จะนำไปใช้ในการลงทุนโครงการในอนาคต
EA วางแผนจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตไว้ 2 แหล่งหลัก ได้แก่ (1) กระแสเงินสดภายในที่ได้จากการระบายคลังสินค้ากลุ่ม EV และแบตเตอรี่ และ (2) การดึงศักยภาพของสินทรัพย์เดิม (Asset Capability) ในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (Renewable) มาใช้หาเงินทุนเพิ่มเติม
โดยในระยะ 1–2 ปีข้างหน้า ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (RE) จะยังคงเป็นเสาหลักในการสร้างกระแสเงินสดและสัดส่วนรายได้หลัก (Revenue Contribution)
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิทธิประโยชน์ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ทยอยหมดลง โครงสร้างรายได้ของบริษัทจะเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยธุรกิจ EV จะก้าวขึ้นมามีสัดส่วนรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่นตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบัน EA ยังมีความได้เปรียบด้านราคาและสัญญา เพราะพอร์ตของ EA ส่วนใหญ่เป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่ได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder/Feed-in Tariff) ซึ่งสูงกว่า PPA ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ โดยโครงการ Solar สูงกว่าปัจจุบันถึง 76% และ Wind สูงกว่า 6% นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่สัญญาเป็นแบบ Perpetual Contract ที่ต่ออายุอัตโนมัติทุกๆ 5 ปี
ปัจจุบัน โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ที่พิษณุโลก ได้หมดอายุ Adder ไปแล้วเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และจะหมดอายุ Adder ในปี 2570 อีก 1 โครงการ และปี 2572 อีก 1 โครงการ
“ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ที่อยู่ในแผนพัฒนามี 9 โครงการ แยกเป็นแสงอาทิตย์ 2 และลม 7 รวม 780 เมกกะวัตต์ หากภาครัฐมีการเปิด New PPA บริษัทฯก็พร้อมจะยื่นข้อเสนอทั้ง 9 โครงการทันที”นายธนรัฐ กล่าว
นายธนรัฐ กล่าวว่า สำหรับ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ฤดูกาลทำให้ยอดผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมลดลงเหลือ 183 ล้านหน่วย จาก 211 ล้านหน่วยในปีก่อน แต่ได้พลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยพยุง โดยยอดผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 221 ล้านหน่วย จาก 177 ล้านหน่วยในปีก่อน สะท้อนความสำเร็จในการบาลานซ์พอร์ตระหว่างพลังงานลมและแสงแดด
ทำให้ EA ยังคงรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรได้อย่างดีเยี่ยม โดยสามารถรักษา EBITDA Margin ไว้ได้มากกว่า 90% ในทุกๆ ไตรมาส ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 2569 ทำได้สูงถึง 95.5%
ส่วนโครงการอื่น ที่อยู่ใน Pipeline โครงการใหม่ และธุรกิจบริหารจัดการขยะ (Waste Management)
สำหรับ รุกธุรกิจจัดการขยะ (Waste to Energy) ที่เกาะล้าน เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ไปเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เป็น Pilot Project กำจัดขยะอย่างเดียว ไม่มีการผลิตไฟฟ้า ความสามารถมากกว่า 100 ตัน/วัน เตรียมใช้เป็นโมเดลต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังเกาะอื่นๆ
ส่วนที่ภูเก็ต มีโครงการกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้า (ขายไฟให้ PEA จำนวน 8 เมกะวัตต์) ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่า 51% คาดว่าจะ COD ได้ทันภายในสิ้นปีนี้
โครงการปทุมธานี ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรอลงนามสัญญา PPA
3. ยกระดับธุรกิจไบโอดีเซล (Bio Business) แบบดั้งเดิมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) อยู่ในช่วงทดสอบระบบ (Test Run) เช่น Green Diesel, HVO, PCM และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) คาดว่าจะสามารถเริ่มเดินเครื่องผลิตตามแผนได้ภายในสิ้นปีนี้
4. Commercial EV ภายใต้โครงการร่วมมือกับ Next และ NCA ในการจำหน่ายรถโดยสารไฟฟ้า หรือ E-Bus จำนวน 1,520 คัน คันละ 4 ล้านบาท (รวมเป็นเงิน 6,040 ล้านบาท) คาดว่าจะเริ่มส่งมอบล็อตแรก 500 คัน ได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2570 และจะส่งมอบครบทั้งหมดภายในไตรมาส 2 ปีถัดไป
ด้านธุรกิจคาร์บอน EA สร้างประวัติศาสตร์เป็นรายแรกของไทยที่ประสบความสำเร็จในการโอนถ่ายคาร์บอนเครดิตไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผ่านโครงการ E-Bus จากรถโดยสารไฟฟ้ากว่า 2,000 คันในกรุงเทพฯ โดยในช่วงปี 2566-2567 ได้ทำการโอนถ่ายไปแล้วกว่า 49,717 ตันคาร์บอน
ทั้งนี้ EA เดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์และวิสัยทัศน์ระยะยาว มุ่งสู่ Green Logistics Solution ผ่านระบบนิเวศน์ธุรกิจที่ครอบคลุม พลังงานหมุนเวียน, แบตเตอรี่, EV และขยะพลังงาน สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero
ยึดมั่นในวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพกำไร ที่มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนภายใน (IRR) สูง ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการทำ Cost Optimization ควบคุม Opex และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Efficiency) เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
