หุ้นปิดลบ 0.60 จุด รับ MSCI Rebalance ต่างชาติขาย 1,579 ลบ.

HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นปิด 1,568.37 จุด -0.60 จุด MSCI Rebalance มีผลราคาปิดตลาด ได้แรงซื้อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนส่ง โรงไฟฟ้า กลุ่มการเงินหนุน ขายกลุ่มอิงราคานำมันดิบปรับตัวลดลงในกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรฯ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,579 ล้านบาท นักลงทุนในประเทศซื้อ 2,521 ล้านบาท

ตลาดหุ้นวันที่ 29 พ.ค.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,568.37 จุด -0.60 จุด หรือ -0.04% มูลค่าการซื้อขาย 89,345.46 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,581.61 จุด และต่ำสุด 1,566.34 จุด

นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 2,521.00 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายสุทธิ 1,579.38 ล้านบาท รองลงมาสถาบันขายสุทธิ 589.31 ล้านบาทและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 352.31 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยตลาดหุ้นปรับตัวลดลง จากประเด็น MSCI Rebalance  พ.ค.69 มีผลราคาปิดวันนี้ คาดไทย Net Outflow -80 ล้านเหรียญฯ แม้จะมีข่าวสหรัฐและอิหร่านขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน หนุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสงครามยุติและราคาน้ำมันปรับลงกลับมา Outperform  

ตลาดนำขึ้นหลักๆ คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาจาก  DELTA   กลุ่มขนส่ง, โรงไฟฟ้า,และกลุ่มการเงิน  

อย่างไรก็ตามดัชนีปรับขึ้นจำกัดเนื่องจากมีกลุ่มที่กด คือ กลุ่มที่อิง ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงกดดันจิตวิทยาการลงทุนของหุ้นในกลุ่มน้ำมัน, โรงกลั่นและปิโตรเคมี ฯลฯ 
 
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น BA 2.6% กลุ่มสายการบินปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก นักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตั้งแต่ กลาง พ.ค. 26 และภาพสงครามตะวันออกลาง De-escalation และประเด็นสำคัญคือ ราคาน้ำมันดิบโลกและราคาน้ำมันดิบ Jet ปรับลงต่อเนื่อง และมีโอกาสแกว่งลงต่อในช่วงที่เหลือของปี บวกต่อสายการบินในฝั่งต้นทุน โดยในเชิงกลยุทธ์ เน้น THAI   จุดเด่น คือมีโอกาสเข้า SET50 หนุนเม็ดเงินใหม่เข้าหนุน 3) EV/EBITDA อยู่ 7-8 เท่า เป็น Valuation กรอบล่างธุรกิจสายการบิน Full Serive โลก THAI (TP Con-7.62)
 
PTTEP  – 1.7% มีจิตวิทยาลบตามทิศทางราคาน้ำมันดิบมีโอกาสแกว่งตัวลง ในช่วงที่เหลือของปี หลังจากภาพสงครามตะวันออกลาง De-escalation กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานมีโอกาสอ่อนตัวลง ในระยะถัดไป แนะนำ ชะลอการลุงทน
 
BH +1.1% ปัจจัยหนุนมาจากมุมมองบวกต่อบริษัท คือ 1)  รายได้ตะวันออกกลางฟื้นตัวดีหลังรอมฎอน ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตั้งแต่ กลาง พ.ค.69 และ De-escalation ที่รุดหน้าหนุนต่อ 2) หุ้นปรับฐานลึก -12.3% vs ก่อนสงคราม SET +2.3% 3) หุ้น Value PER26F = 18.8x (AVG -1.0SD)  ยังมุมมองบวกจากภาพเป็นหุ้นที่ได้ประน์จากสงครามคลายตัว BH (TP26F-210)
 
BBL 0.58% KBANK 1.01% กลุ่มธนาคาร ประเมินปัจจัยหนุนจาก  GDP  ไทย 1Q26 ดีกว่าคาด แนวโน้ม 2Q26 -2H26 เด่น และมุมมองวงจรดอกเบี้ยไทย KSS ประเมิน ดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดแล้ว”  คาด กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไทยที่ 1.0% ในปี 2569 ทำให้ผลประกอบการที่ถูกแรงกดดันจาก NIM  KSS คาดว่าจะเริ่มลดลง บวกต่อกลุ่มธนาคาร  ผสานกับเป็นกลุ่มที่ เป็นเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ เน้น  KBANK และ KTB
 

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

DELTA ปิดที่ 353.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 8,373.41 ล้านบาท
PTTEP ปิดที่ 141.50 บาท -2.50 บาท หรือ -1.74% มูลค่าการซื้อขาย 5,857.61 ล้านบาท
GULF ปิดที่ 62.00 บาท +0.25 บาท หรือ +0.40% มูลค่าการซื้อขาย 5,758.04 ล้านบาท
ADVANC ปิดที่ 353.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 4,658.24 ล้านบาท
CPALL ปิดที่ 47.25 บาท +0.75 บาท หรือ +1.61% มูลค่าการซื้อขาย 4,635.86 ล้านบาท

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–