HoonSmart.com>>”ปตท.”ยันเป็นหุ้นมั่นคง ปันผลดี ผลงานช่วงที่เหลือของปี 69 ได้ปตท.สผ.หนุน เดินหน้าตามกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่งภายใน กลุ่มธุรกิจหลากหลายช่วยกระจายเสี่ยง ชูการลงทุนล่วงหน้า 1.1 แสนล้านบาท ช่วยฝ่าวิกฤตพลังงานโลกได้ พร้อมเห็นโอกาสเร่งเพิ่มเทรดดิ้งLNG ภาวะไม่ปกติดีลหาพันธมิตรยักษ์ใหญ่โลกชะลอ คาดปิดปีนี้ ตุนสภาพคล่องรับมือค่าใช้จ่ายดูแลความมั่นคง ยันไทยไม่เจอปัญหาขาดแคลน ย้ำดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เพื่อเติบโตอย่างมั่นคง

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า กลุ่มปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ นอกจากดูแลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ก็ยังมีหน้าที่ในการสร้างผลประกอบการและดูแลผู้ถือหุ้นด้วย ซึ่งโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี แม้จะเผชิญภาวะวิกฤตพลังงานโลกก็ตาม คาดแนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังคงดี จากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) หรือ PTTEP ทั้งปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ไม่มีภาระทางบัญชีเรื่องการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (เฮดจิ้ง)เหมือนในไตรมาสแรก
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่อวัตถุดิบ (สเปรด) สูงขึ้น รวมทั้งกำลังการผลิตก็ดีขึ้น ธุรกิจโรงกลั่นน่าจะทรงตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง แม้ในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตมาก แต่การนำเข้าวัตถุดิบมาในราคาสูง ก็อาจจะเผชิญภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน รวมถึงมาตรการของรัฐด้วย ส่วนธุรกิจไฟฟ้าก็ดี ขณะที่ไตรมาสแรก PTT มีกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับการเจรจากับพันธมิตรระดับโลก ที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี โรงกลั่น ยังอยู่ระหว่างการดำเนินแม้จะมีความล่าช้าจากเดิม เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยน และไม่ปกติ มีการทบทวนตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป และปรับโครงสร้างให้เหมาะสม แต่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
นอกจากนี้ ปตท. ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ โฟกัสในสิ่งที่ถนัด และเดินมาถูกทาง ที่มีการลงทุนสร้างความมั่นคงพลังงาน โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย ธุรกิจ Hydrocarbon ที่เป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม ปตท. โดย ปตท.สผ. เร่งสำรวจและผลิต เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและเติบโตต่างประเทศตามแผน ส่วน ธุรกิจ LNG ปตท. เร่งขยายพอร์ตเทรดดิ้งมุ่งสู่การเป็นผู้เล่นรายใหญ่ ตามเป้าหมาย 10 ล้านต้นต่อปี ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 15 ล้านต้นต่อปี ภายในปี 2578
“เวลาราคาผันผวน ธุรกิจเทรดดิ้งจะมีกำไรสูง เป็นธุรกิจที่ไทยมีข้อได้เปรียบ จึงต้องเร่งเพิ่มการขยายพอร์ต”
ด้านธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท. ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) สนับสนุนการศึกษาความร่วมมือทางธุรกิจของ PTTGC และบริษัทเอสซีจีเคมิคอลส์ (SCGC) ในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ P&R Portfolio Reshape ที่มุ่งสร้าง Synergy ยกระดับปีโตรเคมีไทยสู่ National Champion
นายคงกระพัน กล่าวว่า การดำเนินการ Profit Enhancement Initiatives ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแรงภายในให้ทั้งกลุ่ม ปตท.สะท้อนในผลกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 รวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยมีความก้าวหน้าในโครงการต่างๆ ตามแผนได้แก่ โครงการ MissionX พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS โดยมุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 รวมถึงโครงการ Asset Monetization (A1) เพื่อบริหารการใช้สินทรัพย์ในกลุ่ม ปตท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สัดส่วน DE ดีขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง อีกทั้งการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารสภาพคล่องกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท.อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ที่มาของความสำเร็จสู้วิกฤตพลังงานโลก
กลุ่ม ปตท. ช่วยประเทศมากกว่าหน้าที่ในช่วงวิกฤต ทำให้ประเทศไทยไม่เผชิญปัญหาการขาดแคลนพลังงาน มีการติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด จัดตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (PTT Incident Command System : PTT ICS) ภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อเกิดวิกฤต เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศและบริหารจัดการธุรกิจตลอด Supply Chain ในช่วงมี.ค.และเม.ย.โรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่องเต็มกำลังมากกว่า 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย สำหรับธุรกิจปีโตรเคมี บริษัทในกลุ่ม ปตท. เดินเครื่อง ปิโตรเคมีเต็มกำลัง สร้าง Securty of Supply ช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่อเนื่องตลอดห่วงโช่อุปทานเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์มีวัตถุดิบใช้อย่างต่อเนื่อง
ปตท.รับมือสถานการณ์จากการวางรากฐานเครือข่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้สามารถปรับการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งต่างๆ ทดแทนจากแหล่งตะวันออกกลางได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้ลงทุนล่วงหน้ากว่า 111,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564-2568) ทำให้มีความเสถียรของเครื่องจักร (Reliabilty) และความยืดหยุ่น (Flexibilty) ในการรองรับน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่ง นอกจากนี้การซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ ทำให้กลุ่ม ปตท. รับมือวิกฤตได้ทันที
ขณะเดียวกัน ปตท. ปรับแผนการจัดหาและการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อจัดส่งให้โรงไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องโดยจัดหา Spot LNG จากประเทศนอกกลุ่มตะวันออกกลางตามที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ ตลอดจนเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 6 เพื่อให้โรงแยกก๊าซฯ ทุกหน่วยเดินเครื่องได้เต็มกำลัง ทำให้สามารถส่งก๊าซฯ ให้โรงไฟฟ้าและผลิต LPG เข้าสู่ระบบตามแผนอย่างต่อเนื่อง และจัดสรร LPG ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศเป็นหลัก
ในช่วงวิกฤต ปตท. บริหารสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยในภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จัดเตรียมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการจัดหาน้ำมันและ ก๊าซฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึงกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งมีการเปิดเผยและรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างโปร่งใส และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
การดำเนินงานด้านสังคม
ปตท. มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม พร้อมเคียงข้างสังคมไทยในยามวิกฤตต่างๆ โดยช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของประชาชน เบื้องต้นมีมูลค่ารวมประมาณ 13,000 ล้านบาท อีกทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ส่งเสริมผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงวัย เกษตรกร และชุมชนให้มีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2.30 บาทต่อหุ้น โดยเป็นเงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการประจำปี 2.10 บาทต่อหุ้น และเพิ่มเงินปันผลพิเศษเป็นครั้งแรกอีก 0.20 บาทต่อหุ้น พร้อมอนุมัติวงเงินกู้เพื่อสำรองการดำเนินงานและการขยายงานในอนาคต ในขณะเดียวกันยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่แข็งแกร่งเทียบเท่าประเทศ (BBB+) สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมรองรับการขยายงานตามกลยุทธ์ในอนาคตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น
ปตท. ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมยืนหยัดดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บริหารจัดการพลังงานอย่างเต็มศักยภาพ และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศผ่านความท้าทายและก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
