TLI โชว์ Q1 กำไรพุ่งแตะ 3,249 ล้านบ. รายได้ลงทุนหนุน–สินไหมลด

HoonSmart.com>>ไทยประกันชีวิต รายงานกำไรสุทธิหลัก 3,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน ผลจากกำไรการลงทุนที่พุ่งกว่า 92% – สินไหมค่ารักษาพยาบาลลดลง เช้านี้ราคาหุ้นพุ่ง 6.80%

บริษัทไทยประกันชีวิต (TLI) รายงานไตรมาส 1 ปี 2569  มีกำไรสุทธิ (หลัก) จำนวน 3,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรจากการรับประกันภัยซึ่งเป็นแหล่งที่มาหลักของกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.11% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินไหมทดแทนค่ารักษาพยาบาล ขณะเดียวกัน กำไรจากการลงทุน (หลัก) เพิ่มขึ้น 92.59% โดยมีสาเหตุหลักมาจากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น

ด้าน กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) จำนวน 2,678 ล้านบาท ลดลง 37.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากยอดขายผลิตภัณฑ์สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่เร่งตัวขึ้นก่อนการบังคับใช้มาตรการ Copayment ในเดือนมีนาคม 2568

อย่างไรก็ตาม ยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมูลค่า 92,198 ล้านบาท ยังคงเพิ่มขึ้น 578 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.63% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด

Allocated Comprehensive Equity ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมูลค่า 193,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,235 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.24% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิและการเติบโตของยอดคงเหลือของ CSM ของบริษัทฯ

อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีอัตราส่วนอยู่ที่ 463.30% ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในอัตรา 140% อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) ลดลง 29.27% เป็น 2,630 ล้านบาท, มูลค่ากำไรของธรุกิจใหม่ (VONB) ลดลง 45.27% เป็น 1,402 ล้านบาท และ อัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB Margin) ลดลง 15.58 จุด เป็น 53.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงของปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากยอดขายผลิตภัณฑ์สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่เร่งตัวขึ้นก่อนการบังคับใช้มาตรการ Copayment ในเดือนมีนาคม 2568 และการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยขาลง

ช่องทางตัวแทนประกัน มูลค่ากำไรของธรุกิจใหม่ (VONB) ลดลง 51.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพดังกล่าว นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของ VONB ยังเป็นผลมาจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลง ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อ VONB Margin ของผลิตภัณฑ์แบบตลอดชีพและแบบสะสมทรัพย์

ช่องทางพันธมิตร มูลค่ากำไรของธรุกิจใหม่ (VONB) ลดลง 13.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายปรับตัวลดลงจากการหยุดขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ให้อัตราผลตอบแทนการันตีสูง ประกอบกับสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลงที่ส่งผลกดดันต่อ VONB Margin อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรหลัก บริษัทฯ ได้ปรับรูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แบบสะสมทรัพย์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลรูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ VONB Margin โดยรวมของช่องทางปรับตัวดีขึ้น

ล่าสุด ราคาหุ้น TLI พุ่งขึ้น 6.80% ยืนที่ 11 บาท มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 347.66 ล้านบาท