BPP เร่งขยาย BESS ญี่ปุ่น Q1/69 กำไรพุ่ง 924% 

HoonSmart.com>>บ้านปู เพาเวอร์  เดินหน้าสร้างพอร์ตพลังงานสมดุล-ยืดหยุ่น เพิ่มลงทุนโครงการ BESS ญี่ปุ่นอีก 2 แห่ง ตั้งเป้าขยายความจุรวมแตะ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2573 ไตรมาสแรกกำไรพุ่ง 924% จากการขายสิทธิลงทุนบางส่วนในสหรัฐฯ-การจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ ( BPP) กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจาก AI และ Data Center กำลังผลักดันให้ระบบพลังงานต้องอาศัยทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูงขึ้น

ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก

บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่สมดุลและมีความยืดหยุ่น (Balanced and Resilient Portfolio) ครอบคลุมทั้งพลังงานพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้ ‘Power+’ (กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ของกลุ่มบ้านปู

ปัจจุบันมีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาในตลาดยุทธศาสตร์ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ

ล่าสุดได้ลงทุนโครงการ BESS ในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 2 โครงการ สอดคล้องกับตลาด BESS ญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 13.2%* พร้อมตั้งเป้าขยายความจุพลังงานรวมในญี่ปุ่นเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ภายในปี 2573 ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน BKV-BPP ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต

สำหรับ ผลประกอบการ และสถานะการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจในไตรมาส 1 ปี 2569 ดังนี้

บริษัทฯ มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 924% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรหลังหักภาษีจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุน 25% ใน BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I & II ในสหรัฐฯ จำนวน 4,653 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,224 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น

ธุรกิจการผลิตไฟฟ้า (Energy Generation) โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน สร้างผลกำไรต่อเนื่อง จากการบริหารต้นทุนถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพและการขายสิทธิจากการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ที่เพิ่มขึ้น สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ กำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่จีนยังเดินหน้าตามแผน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569

ธุรกิจการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ขยายพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ประสิทธิภาพสูงในญี่ปุ่น โดย 2 โครงการใหม่ประกอบด้วย โครงการฮิโยชิบารุ (Hiyoshibaru) ที่จังหวัดโออิตะ (Oita) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการนิกโกะ (Nikko) ที่จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2572 ตามลำดับ

ธุรกิจการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) มีปริมาณการขายไฟรวม 1,415 กิกะวัตต์ชั่วโมงในญี่ปุ่นจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน 3,000 ราย

ปัจจุบัน BPP อยู่ระหว่างกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท (Dissenting Shareholders) ระหว่างวันที่ 6-19 พฤษภาคม 2569 จากนั้นบริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัทฯ และบ้านปู (Joint Shareholders’ Meeting) เพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบบริษัท ก่อนดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในไตรมาส 3 ปี 2569

“ภายหลังการดำเนินการควบบริษัทแล้วเสร็จ BPP จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทใหม่ ตามกลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มบ้านปู ผ่านการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายพลังงาน รวมถึงการต่อยอดสู่โอกาสการลงทุนด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม B2B และ B2G พร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาวและส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม” นายอิศรา กล่าว