HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,470 และ 1,435 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,525 และ 1,555 จุด เคลื่อนไหวตาม การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน-กำไรบจ.-สถานการณ์ในตะวันออกกลาง-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาท ธนาคารกสิกรไทยคาด เคลื่อนไหวที่ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนปิดที่ 32.18 บาท
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (11-15 พ.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,435 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,525 และ 1,555 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน (14-15 พ.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซนและอังกฤษ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนจะดีดตัวขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อหลัก ๆ จากบัญชีบริษัทหลักทรัพย์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ประกาศระงับ Project Freedom ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารเพื่อนำเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อประเมินว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้หรือไม่ ทั้งนี้ ปัจจัยบวกดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นทุกกลุ่ม นำโดย กลุ่มพลังงานและเทคโนโลยี
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นรายตัว นำโดย กลุ่มแบงก์และเทคโนโลยี ประกอบกับนักลงทุนกลับมากังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกครั้ง เนื่องจากล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเกิดการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,500.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.45% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,309.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.71% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.23% มาปิดที่ระดับ 214.08 จุด
แนวโน่มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 11-15 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหว ที่ระดับ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางความไม่สงบในตะวันออกกลาง ก่อนจะพลิกแข็งค่ากลับมาในช่วงกลางสัปดาห์ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามจังหวะการฟื้นตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงขายเงินดอลลาร์ฯ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มทยอยมีสัญญาณเชิงบวก โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ออกมากล่าวว่าจะระงับปฏิบัติการ Project Freedom ไว้เป็นการชั่วคราวในช่วงระหว่างการดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปของข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ขณะที่รายงานข่าวอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังที่จะเข้าใกล้การบรรลุร่างบันทึกความเข้าใจ 1 หน้ากระดาษเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งคาดว่าจะมาจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงจ่ายเงินปันผล ประกอบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียกลับมาอ่อนค่าลงสวนทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ฟื้นตัวขึ้น หลังมีรายงานการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอีกรอบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงคราม
ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (30 เม.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทยที่ 2,035 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทยถึง 13,638 ล้านบาท
