หุ้นเอเชียร่วงยกแผง สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลง หลังจากดัชนี Nikkei พุ่งขึ้นกว่า 3,300 จุดในวันก่อนหน้า โดยปรับตัวตามการร่วลงของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ลดลง 460.72 จุด หรือ 0.73% จากวันพฤหัสบดี มาอยู่ที่ 62,373.12 จุด ขณะที่ดัชนีโทปิกซ์ลดลง 25.98 จุด หรือ 0.68% มาอยู่ที่ 3,814.51 จุด

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มเหมืองแร่

เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 156.84-86 เยน เมื่อเทียบกับ 156.92-157.02 เยนในนิวยอร์ก และ 156.26-28 เยนในโตเกียว เวลา 17.00 น. ของวันพฤหัสบดี
ณ เวลา 9.08 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 62,405.59 จุด ลดลง 428.25 จุด, -0.68%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับลงทั้งภูมิภาคจากความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปะทะกันอีกครั้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างยิงปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน
แม้จะมีการยกระดับความขัดแย้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลอยู่ โดยกล่าวว่าการโจมตีเหล่านั้นเป็นเพียง “การแตะเบาๆ อย่างเป็นมิตร” ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ในวันพฤหัสบดี

ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่าน “อย่างรุนแรงยิ่งขึ้น” ในอนาคต หากอิหร่านไม่ลงนามข้อตกลงอย่างรวดเร็ว
สหรัฐกำลังรอการตอบรับจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งกล่าวว่า จะไม่ยอมให้มีการเปิดช่องแคบอีกครั้งหากเป็น “แผนที่ไม่สมจริง” จากรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลโดยอ้างอิงจาก Press TV

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานอีกครั้ง
ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 0.8% เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ ดัชนีก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ปรับตัวขึ้นยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

นักลงทุนยังคงจับตาความพยายามลดความตึงเครียดของสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดจะช่วยควบคุมราคาน้ำมันและสนับสนุนภาพรวมความเสี่ยงในวงกว้าง

จวิน เบ่ย หลิว ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Ten Cap Investment Management กล่าวว่า นักลงทุนกำลังคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามอิหร่านหรือช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะสั้น อาจมีความผันผวน

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,172.406 จุด ลดลง 7.686 จุด, -0.18%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,303.76 จุด ลดลง 322.52 จุด, -1.21%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 7.426.55 จุด ลดลง 63.5 จุด, -0.85%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 41,898.08 จุด ลดลง 35.7 จุด, -0.09%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.14 ดอลลาร์หรือ 1.2% ซื้อขายที่ 95.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 1.49 ดอลลาร์ หรือ 1.49% ซื้อขายที่ 101.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–