HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด รอการประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก-เงินเฟ้อเดือนเม.ย.-กำไรบจ.ไตรมาส 1/69 -สถานการณ์ในตะวันออกกลาง-ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์ที่ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (4-8 พ.ค. 2569) ว่า ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน
สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนจะแกว่งตัวในกรอบแคบในเวลาต่อมา หลังจากมีรายงานข่าวว่ากระทรวงการคลังปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2569 มาที่ 1.6% ซึ่งกระตุ้นความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย
ดัชนีหุ้นกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงานที่มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น และกลุ่มวัสดุก่อสร้างหลังบริษัทที่ดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด
อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของตลาดหุ้นเริ่มจำกัดก่อนวันหยุดยาว เนื่องจากนักลงทุนกลับมาระมัดระวังในการลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ตลาดให้ความสนใจยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวก
ในวันศุกร์ที่ 30 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,321.23 ล้านบาท ลดลง 1.76% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.24% มาปิดที่ระดับ 214.57 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 4-8 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากผลการประชุมเฟดและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น แต่ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังการประชุมกนง. แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ตามเดิม แต่ก็มีมุมมองที่ระมัดระวังในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง
ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (24 เม.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทยเล็กน้อยที่ 498 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 3,637 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 3,628 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 9 ล้านบาท)
