HoonSmart.com>> ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 62 จุด , ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกเล็กน้อยที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการซื้อขายค่อนข้างเงียบเหงา นักลงทุนจับตาผลประกอบการ ข้อมูลเศรษฐกิจ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับเพิ่มขึ้น 2% ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average) วันที่ 27 เมษายน 2569 ปิดที่ 49,167.79 จุด ลดลง 62.92 จุด หรือ -0.13% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดบวกเล็กน้อยที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากนักลงทุนจับตาเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งผลประกอบการ ข้อมูลเศรษฐกิจ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,173.91 จุด เพิ่มขึ้น 8.83 จุด, +0.12%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,887.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.50 จุด, +0.20%
อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นก็จำกัด เนื่องจากความล่าช้าในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ความพยายามที่จะฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางของคณะเจรจาไปยังกรุงอิสลามาบัดเพื่อเจรจาแบบพบหน้ากันอีกรอบ อิหร่านยังคงจำกัดการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกการปิดล้อมเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเจรจาต่อไป
แม้นักลงทุนจะเริ่มมองข้ามสงครามไปแล้ว เนื่องจากตลาดหุ้นเพิ่งผ่านสัปดาห์ที่มีหลายตลาดทำสถิติสูงสุดตลอดกาล แต่กาเบรียล ชาฮิน จาก Falcon Wealth กล่าวว่า ตลาดหุ้นยังคง น่าจับตามอง อยู่มาก จากฤดูกาลประกาศผลประกอบการต่อเนื่องหลังจากเริ่มต้นอย่างคึกคักก็ตาม
สัปดาห์นี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับตลาด เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ในกลุ่ม “Magnificent Seven” จะประกาศผลประกอบการรายไตรมาส ทั้ง Amazon, Alphabet, Meta Platforms, Apple และ Microsoft หุ้นของ Microsoft ร่วงลงหลังจากที่บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่กล่าวว่าจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงชุดผลิตภัณฑ์ของ OpenAI แต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป นอกจากนี้ ข้อตกลงการแบ่งรายได้ระหว่างสองบริษัทก็กำลังจะสิ้นสุดลงด้วย
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือการตัดสินใจเรื่องนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมสองวันที่จะเริ่มในวันอังคารนี้ เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่นักลงทุนจับตาแถลงการณ์และการแถลงข่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เพื่อหาสัญญานเกี่ยวกับการประเมินของธนาคารกลางเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งรองสุดท้ายที่เจอโรม พาวเวลล์เป็นประธาน ก่อนที่ตำแหน่งผู้นำจะเปลี่ยนมือไปเป็นเควิน วอร์ช ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการลงคะแนนรับรอง
หุ้น Verizon บริษัทโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 1.5% หลังจากปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการประจำปี เนื่องจากจำนวนผู้สมัครใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้
หุ้น Domino’s Pizza บริษัทจัดส่งอาหารร่วงลง 8.8% หลังจากทำยอดขายในไตรมาสแรกได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 4.0% ต่อเนื่องจากรอบก่อนหน้าที่พุ่งขึ้น 4.3% บริษัทมีมูลค่าตลาดกลับคืนมามากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ นักลงทุนเตรียมพร้อมรับการประชุมของธนาคารกลางหลายประเทศ ประกอบกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านชะงัก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 608.84 จุด ลดลง 1.81 จุด, -0.30%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,321.09 จุด ลดลง 57.99 จุด, -0.56%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,141.92 จุด ลดลง 15.90 จุด, -0.19%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,083.53 จุด ลดลง 45.45 จุด, -0.19%
ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลด้วยแรงขับเคลื่อนจากหุ้นเทคโนโลยี แต่ยุโรปซึ่งพึ่งพาพลังงานเป็นหลักกลับตามหลัง โดยหลายบริษัทได้ส่งสัญญาณถึงผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อผลประกอบการ แคธลีน บรูคส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ XTB กล่าวว่า ทุกสัปดาห์ที่สงครามยืดเยื้อออกไป ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของยุโรปแย่ลง
อิเป็ก ออซการ์เดสกายา นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Swissquote Bank กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นดัชนี STOXX600 ปรับตัวลงต่างจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในยุโรป
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นตัวฉุดดัชนี STOXX 600 ของยุโรปมากที่สุด โดยลดลง 1.3% และ 0.5% ตามลำดับ
จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดจะจับตาการประชุมนโยบายของธนาคารกลางยุโรปและธนาคารแห่งอังกฤษในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหากสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคาหรือไม่
กลุ่มดัชนีน้ำมันและก๊าซ กลับตัวจากที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้และลดลงเล็กน้อย 1.1%
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวเยอรมันอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
ในบรรดาหุ้นที่เคลื่อนไหวอื่นๆ หุ้น Nordex ผู้ผลิตกังหันลมบนบกของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 5.7% หลังจากรายงานผลกำไรหลักและยอดขายสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ส่วนหุ้น Forvia ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จากฝรั่งเศส ปรับตัวขึ้น 3.5% หลังจากบริษัทขาย
ธุรกิจชิ้นส่วนภายในรถยนต์ให้กับ Apollo Funds ในราคา 1.82 พันล้านยูโร (2.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
หุ้น Intertek บริษัททดสอบผลิตภัณฑ์ของอังกฤษ ร่วงลง 2.2% หลังจากที่ปฏิเสธข้อเสนอ
การเข้าซื้อกิจการที่ปรับปรุงใหม่มูลค่า 54 ปอนด์ต่อหุ้นจากกลุ่มบริษัทไพรเวทอิควิตี้ EQT AB ของสวีเดน เมื่อวันศุกร์
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.97 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 96.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

