หุ้นร่วง 18.39 จุด ต่างชาติทิ้ง 3 พันล้านบ. SCC-DELTA-SCB ถูกถล่ม

HoonSmart.com>>หุ้นไทยปิดที่ 1,461.35 จุด ร่วงลง 18.39 จุด หรือ -1.24% มากกว่าตลาดเอเชียส่วนใหญ่ที่ติดลบไม่ถึง 1%  จากแรงขายต่างชาติ 3,062.59 ล้านบาท จับมือ 2 สถาบันไทยทิ้ง ส่วนรายย่อยช้อน 6,918.42 ล้านบาท นักลงทุนพร้อมใจกันขายหุ้นใหญ่ SCC ตกใจผลกระทบปิดโรงปิโตรฯ LSP ที่เวียดนามชั่วคราว  ทิ้ง DELTA แบงก์ใหญ่ นำโดย SCB  รวมถึงหุ้นไฟฟ้า GULF  หลังราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 

วันที่ 23 เม.ย. 2569 ดัชนีหุ้น SET ปิด 1,461.35 จุด ร่วงลง 18.39 จุด หรือ -1.24% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 66,513.61 ล้านบา ระหว่างวันทรุดลงไปต่ำสุดแตะ 1,452.36 จุด ดิ่ง 27.38 จุด จากระดับดีที่สุด 1,476.84 จุด ติดลบ 2.90 จุด

นักลงทุนต่างชาติทิ้งหนักมือ -3,062.59 ล้านบาท เช่นเดียวกับพอร์ต บล.ขาย -2,023.54 ล้านบาท สถาบันไทยขายด้วย -1,832.28 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยช้อนซื้อ 6,918.42 ล้านบาท

นักลงทุนพร้อมใจกันขายหุ้น SCC ตกใจบริษัทประกาศหยุดโรงปิโตรเคมี ลองเซิน (LSP) ที่เวียดนาม ชั่วคราวกลางเดือนพ.ค.นี้  ราคาถลาลงไปต่ำสุด 213 บาท มาปิดที่ 214 บาท ร่วง 19 จุด หรือ -8.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 3,321.51 ล้านบาท DELTA ถูกทิ้งลงไปต่ำสุดแตะ 287 บาท ฟื้นมาปิดที่ 293 จุด ร่วงลง 8 บาท หรือ-2.66% มูลค่าซื้อขาย 3,360.69 ล้านบาท

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น เบรนท์ซื้อขายมากกว่า 103 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลกระทบต่หุ้นไฟฟ้า เช่น GULF  นอกจากนี้ โรงกลั่นยังถูกให้ราคาดีเซล หน้าโรงกลั่นลง 2 ช่วง ๆแรก 5 บาท และ 3 บาท นอกจากกระทบต่อกำไรแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องรัฐและนโยบายเข้าแทรกแซง

ขณะเดียวกันมีการขายหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ อาทิ SCB ลดลง 3 บาท  หลังผิดหวังกำไรไตรมาสที่ 1/2569 ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ และ BBL หมดช่วงเวลารับเงินปันผลปี 2568 อย่างไรก็ตาม แรงซื้อหุ้น KBANK ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผลักดันราคาบวก 2.50 บาท

หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
1.SCB ปิดที่ 131.50 บาท ร่วงลง 3 บาท หรือ-2.23%
2.KBANK ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ+1.32%
3.PTTEP ปิดที่ 147.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ +2.43%
4.DELTA ปิดที่ 293 บาท ลดลง 8 บาทหรือ -2.66%
5.SCC ปิดที่ 214 บาท ร่วง 19 บาทหรือ -8.10%