HoonSmart.com>>บล.ดาโอ คาดดัชนี SET วันนี้แกว่งในกรอบแคบ แนวรับ 1,470-1,475 จุด ส่วนแนวต้าน 1,486-1,492 จุด รอการเจรจารอบสองสหรัฐฯ-อิหร่าน ทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงออกไปไม่มีกำหนด แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง ตลาดได้แรงหนุนเก็งงบ-มาตรการเศรษฐกิจประคองดัชนี แนะหุ้นเด่นทางเทคนิค COM7, MRDIYT
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ คาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ดัชนีจะยังแกว่งในกรอบแคบๆ อีกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังหุ้นนำตลาดเจอปัจจัยถ่วง รวมทั้งหุ้นธนาคาร ที่ผ่านการขึ้น “XD” มาแล้ว นักลงทุนถอยมาตั้งหลัก รอการเจรจารอบสองของสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่วนการเก็งงบ และมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล ยังเป็นปัจจัยที่หนุนตลาด ไม่ให้ปรับตัวลง(ประคองตัวได้)
ตลาดเข้าสู่ฤดูกาลเก็งงบ 1Q-26 : นักลงทุนกำลังจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) หลังจากกลุ่มธนาคารทยอยประกาศออกมาแล้ว
มาตรการรัฐบาล ยังหนุนตลาด : รมว.คลัง รับเตรียมพร้อมออก พ.ร.ก.กู้ 5 แสนลบ.-เล็งขยาย VAT 7% อีกปี หลังคาด GDP โตแค่ 1.4% … หากมาตรการที่จะออกมาหลังจากนี้ เห็นผลจริง จะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น หุ้นที่ได้อานิสงค์ 2 กลุ่ม คือ ค้าปลีกและธุรกิจที่อิงการลงทุนภาครัฐฯ
สถานการณ์ตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งช่วยหนุนให้ดัชนี ETF หุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) ขยับบวกในช่วงท้ายตลาด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมยังคงเปราะบาง เนื่องจากอิหร่านระบุว่ายังไม่มีแผนสำหรับการเจรจาสันติภาพรอบสอง และยังคงมีรายงานการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมุมมองทางเทคนิค SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบจำกัด รวมถึงมีโอาสซึมลง แนวรับ 1,470-1,475 จุด ส่วนแนวต้าน 1,486-1,492 จุด
“เรามองว่า ตลาดอยากกลับมา risk-on คือ ลุยซื้อกันต่อ แต่ยังไม่กล้าปลด geopolitical premium ออกทั้งหมด ข่าวการยืดเวลาของการหยุดยิงออกไป ทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งฟื้น และราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่นั่น ทำให้ตลาดจะมี rally ได้ ผลการเจรจาต้องมีความชัดเจน และออกมาในทางปฎิบัติว่าได้ยอมรับข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายกันแล้ว”
ทิศทางตลาดยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจน เนื่องจากหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ (Big Cap) มีการเคลื่อนไหวแบบสลับกลุ่ม (Sector Rotation) โดยวานนี้ฝั่งที่ช่วยประคองดัชนีนำโดย PTT, KBANK, CCET และ SCC ในขณะที่หุ้นอย่าง DELTA, BBL, GULF, TRUE และ ADVANC มีแรงขายกดดันดัชนี การเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกันในกลุ่มหุ้นหลัก ทำให้การปรับตัวขึ้นของตลาดรวมเป็นไปอย่างยากลำบาก
ดัชนี เมื่อไม่รวม DELTA และหุ้น BANK เมื่อพิจารณาดัชนีฯที่หักผลกระทบของหุ้นที่มีความผันผวนสูงอย่าง DELTA และกลุ่มธนาคารออก พบว่าโมเมนตัมของหุ้นโดยรวมส่วนใหญ่ก็ยังมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนเช่นกัน เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์ของนักลงทุนในขณะนี้เน้นไปที่การเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Play) ตามปัจจัยเฉพาะ มากกว่าการเข้าซื้อแบบเหมากลุ่ม
ตลาดหุ้นไทย ยังไปต่อได้ยาก เพราะเป็นการเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในลักษณะของการรอข่าว หุ้นสภาพคล่องสูง(คนซื้อขายมาก) หลายตัวเจอปัจจัยถ่วง (DELTA, ธนาคาร , CPALL, CPAXT , PTTEP , หุ้นปิโตรเคมี) การ switch ไปกลุ่ม(ตัวอื่น) มีผลต่อดัชนีฯ ไม่มาก
กลยุทธ์ลงทุน ยังให้ทยอยเข้าซื้อหุ้น จากความหวังในการเจรจาหยุดยิง ที่โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงได้
หุ้นในพอร์ตแนะนำ: คงหุ้นเดิมไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CCET*(10%), WHA*(10%), CPN(10%), AOT(10%), COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
หุ้นเด่น Technical : COM7, MRDIYT
———————————————————————————————————————————————————–

