ดาวโจนส์ปิดลบ 85 จุด S&P500-Nasdaq บวก หวังสหรัฐ-อิหร่านได้ข้อตกลง

HoonSmart.com>>ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 85 จุด S&P500-Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนหวังข้อเสนอปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย นำไปสู่ข้อตกลงในนาทีสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์วันที่ 7 เมษายน 2569 ปิดลบเล็กน้อยที่ 46,584.46 จุด ลดลง 85.42 จุด หรือ -0.18% แต่ดัชนี S&P 500 และ ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าข้อเสนอที่ปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอาจนำไปสู่ข้อตกลงในนาทีสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,616.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.02 จุด หรือ +0.08% และ

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 21.51 จุด หรือ +0.10%

ดัชนีหลักๆ ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดของวันในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย ด้วยความหวังที่ว่าจะมีทางออกเพื่อยุติสงครามที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์เลื่อนกำหนดเส้นตายในการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านออกไปอีกสองสัปดาห์ นอกจากนี้ ปากีสถานยังขอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลาสองสัปดาห์ “เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่ดี”

คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ทรัมป์ “ได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และจะมีการตอบกลับในภายหลัง”

นักลงทุนจับตาเส้นตายเวลา 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐของวันอังคารที่ทรัมป์กำหนดไว้

สำหรับอิหร่านในการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เมื่อเช้าวันอังคาร ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะล่มสลายในคืนนี้ และจะไม่มีวันกลับมาอีก ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันอาจจะเกิดขึ้น”

ในตอนนั้น ประธานาธิบดียังคงเปิดช่องความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจจะไม่โจมตีอิหร่านหลังจากกำหนดเส้นตาย โดยกล่าวว่า “ตอนนี้เรามีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ ที่ซึ่งความคิดที่แตกต่าง ฉลาดกว่า และไม่สุดโต่งเข้ามาแทนที่ บางทีสิ่งมหัศจรรย์ที่ปฏิวัติวงการอาจเกิดขึ้นได้ ใครจะรู้?”

คำพูดของทรัมป์ทำให้บรรดานักลงทุนวิตกกังวลตลอดทั้งวัน โดยในตอนแรกส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ในที่สุด ราคาน้ำมันปิดตลาดโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของคลังสินค้าขนส่งน้ำมันหลักของอิหร่าน ทำให้ความหวังในการหยุดยิงลดลง

นายออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาชิคาโก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า กังวลว่าวิกฤติพลังงานจากสงครามอิหร่านอาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (stagflation) ได้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เดือนกุมภาพันธ์ จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งลดลง 1.4% มากกว่าการลดลง 1.1% ที่นักวิเคราะห์คาด

นักลงทุนจับตาการรายงานข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน

หุ้น Broadcom โดดเด่นในช่วงการซื้อขาย โดยราคาเพิ่มขึ้น 6% หลังจากที่บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงขยายธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์กับ Google และ Anthropic

ในกลุ่มประกันสุขภาพหุ้น UnitedHealth พุ่งขึ้น 9.4% หุ้น Humana และหุ้น CVS Health พุ่งขึ้น 7.9% และ 6.7% ตามลำดับ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเพิ่มการจ่ายเงินให้กับบริษัทประกันภาคเอกชนที่เสนอแผน Medicare Advantage สำหรับผู้สูงอายุ

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและกลุ่มสาธารณสุข เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นก่อนถึงกำหนดเส้นตายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดลดลงหลังจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วงต้น หลังกลับมาทำการซื้อขายต่อจากวันหยุดยาวช่วงเทศกาลอีสเตอร์ของยุโรป

ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ก็ปรับตัวลงในแดนลบเช่นกัน

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 590.59 จุด ลดลง 6.04 จุด, -1.01%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,348.79 จุด ลดลง 87.50 จุด, -0.84%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,908.74 จุด ลดลง 53.65 จุด, -0.67%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 22,921.59 จุด ลดลง 246.49 จุด, -1.06%

สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้สั่นคลอนตลาดโลกและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยดัชนี STOXX 600 ลดลงมากกว่า 5% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา การปิดช่องแคบอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบของอิหร่านได้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อลการคาดการณ์ด้านนโยบายการเงินเปลี่ยนไป

แม้จะมีความหวังที่จะบรรลุความก้าวหน้าทางการทูต แต่การเจรจายังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด ทรัมป์กำหนดเส้นตายไว้ที่ 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐ (00.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากลของวันพุธ) สำหรับการบรรลุข้อตกลง
ในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศและการป้องกันประเทศลดลง 2.4% โดยหุ้น Leonardo ของอิตาลีลดลง 8% หลังจาก Reuters รายงานว่า Roberto Cingolani ซีอีโออาจถูกปลดออกจากตำแหน่ง หุ้น Rolls-Royce ของอังกฤษและ Rheinmetall ของเยอรมนีลดลง 3.9% และ 2.5% ตามลำดับ

กลุ่มอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพลดลง 2.1% โดย Novo Nordisk และAstraZeneca ลดลง 0.8% และ 2.3% ตามลำดับ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศปรับตัวลง โดยหุ้น ASML ผู้นำด้านอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ร่วงลง 4.1% หลังจากกลุ่มนักการเมืองจากหลายพรรคในสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายเพื่อจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ไปยังจีนมากขึ้น

หุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวขึ้น 3.7% โดยเฉพาะหุ้น Universal Music Group ที่พุ่งขึ้น 11.4% หลังจาก Pershing Square เสนอซื้อกิจการด้วยเงินสดและหุ้นมูลค่าประมาณ 55.75 พันล้านยูโร (64.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ในด้านนโยบายการเงิน นายดิมิทาร์ ราเดฟ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่ากาคาดการณ์เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในอดีต และกล่าวว่าธนาคารกลางต้องเตรียมพร้อมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วหากแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยประมาณสามครั้งภายในสิ้นปีนี้

ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนแสดงให้เห็นว่าการขยายตัวของภาคเอกชนอ่อนตัวลงอย่างมากในเดือนมีนาคม เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ความต้องการโดยรวมลดลงเป็นครั้งแรกในรอบแปดเดือน

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.48% ปิดที่ 112.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.46% ปิดที่ 109.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสหรัฐฯ และเตหะรานยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุข้อตกลง ขณะที่การโจมตีอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–