HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง แนะ Wait and See รอความชัดเจนหลังเส้นตายทรัมป์ หากโจมตีอิหร่าน หุ้นไทยอาจปรับฐานแรง 5–7% ก่อนรีบาวด์ระยะสั้น หากหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน จะช่วยคลี่คลายความเสี่ยง เปิดโอกาสลงทุนต่อเนื่อง คาด SET ยังยืนเหนือแนวรับ 1,440–1,450 จุด เป้าหมายปิด Gap ที่ 1,500 จุด
บล.บัวหลวง แนะนำกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ Wait and see รอแค่วันเดียว หลังเส้นตาย ปรน.ทรัมป์ คืนวันอังคาร (เช้าวันพุธ บ้านเรา) น่าจะรู้เรื่อง! โดยรูปแบบเหตุการณ์น่าจะมีแค่ 2 ทางเดิน ระหว่าง…..
1.) สหรัฐฯโจมตี อิหร่านอย่างหนักหน่วง ไม่สนใจพลเรือนทำลาย บ่อน้ำมัน โรงกลั่น โรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า กระทบห่วงโซ่อุปทานไปทั้งโลก ด้วย อิหร่านจะตอบโต้
กลับชาติพันธมิตรสหรัฐฯในอาหรับ, ชาติอื่นๆเช่น รัสเซีย จีน อาจเข้าช่วยเหลือ อิหร่านตามหลักมนุษยธรรม-บานปลาย
เตรียมรับแรงกระแทก คาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับฐานแรง 5-7% -ช้อนหุ้นไทยเล่นรีบาวด์ ในอีก 2-3 วันข้างหน้า คาด ปรน.ทรัมป์ จะประกาศชัยชนะ จากเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่
ผลกระทบจะค่อยๆสะท้อนผ่านต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทำให้การฟื้นตัวของหุ้นไทยจะมีจำกัด-ในระยะสั้น
กรณีนี้ “เราจะมีการทยอยปรับพอร์ต-ถือเงินสุด เมื่อรีบาวด์”
2.) สหรัฐฯ หรือ อิหร่าน ยอมถอยหาทางลง หรือ การบลัฟของ ทรัมป์ ครั้งนี้สามารถถึงพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาห้ามทัพ หลีกเลี่ยงการโจมตีตอบโต้อันรุนแรง:
ถือหุ้นตามพอร์ตที่เราแนะนำ Let profit run และเราจะหาหุ้นเล่นเพิ่มตามการหมุนกลุ่มที่เราแนะนำ เช่น หุ้นกลุ่มถัดไปที่จะได้อานิสงส์ ฟื้นฟูโรงงานหลังสงคราม, พลังงาน
ทดแทน, นิคมอุตสาหกรรมจากการต่อยอดธุรกิจที่เชื่อมโยงการถึงเม็ดเงินลงทุน เมื่อแกนโลกด้านความมั่นคงพลังงาน, อุตสาหกรรม AI ดาต้าเซ็นเตอร์ หมุนออกจากตะวันออกกลาง และหุ้นปัจจัย4
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง
หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร
ปัจจัยทางเทคนิค
SET Index ขึ้นสลับพัก ทำค่าเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ…ปิดเหนือเส้น EMA 10 & 25 วัน บริเวณ 1,440-1,450 จุด
Elliott Wave: ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงกลางของ Impulse Wave 5 จะเป็นช่วงที่นักลงทุนเริ่มเข้ามาไล่ราคาตามกระแสข่าวที่เข้ามา
MACD: กราฟรายวัน…ยังคงยืนเหนือเส้น Signal Line เป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลาง
แนวรับ: 1,450 / 1,440 จุด (หากหลุดเส้น EMA 25 วัน 1,440 จะเป็นสัญญาณขาย
ทางเทคนิคและอาจลงไปทดสอบ 1,420 จุด)
แนวต้าน: 1,480 จุด (เป้าหมายหลักคือการปิด Gap ที่ 1,500 จุด)
ลงทุนระยะสั้น: เน้นการเทรดในกรอบ (Swing Trading) ซื้อเมื่อย่อตัวทดสอบแนวรับ 1,450 และขายทำกำไรเมื่อชนแนวต้าน 1,480 จุด
ลงทุนระยะกลาง-ยาว: แนะ “ถือ” ตราบใดที่ดัชนียังยืนเหนือเส้น EMA 75 วัน 1,400
จุด ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างตลาดหมีและตลาดกระทิง
ปล. วินัยในการวางจุด Stop Loss และการเลือกหุ้นที่ Outperform ตลาด จะช่วยให้พอร์ตรอดพ้นจากความผันผวนในช่วงเดือนเม.ย. นี้
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ปธน.ทรัมป์ ขีดเส้นตาย เช้าวันพุธ บ้านเรา เตรียมเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง
ครม.ใหม่เตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คาดการณ์ว่าจะเป็นวันที่ 9–10 เม.ย.
สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯ อิหร่าน และตัวกลางอยู่ระหว่างการหารือไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร รายงานระบุว่าตัวกลางกำลังหารือเงื่อนไขของข้อตกลงแบบ 2 ระยะ โดยระยะแรกจะเป็นการหยุดยิง 45 วัน และต่อด้วยการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร ขณะที่ระยะที่ 2 จะมุ่งไปที่การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามทั้งหมด
แผนหยุดยิงอาจขยายเวลาออกไปได้ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และการคลี่คลายปัญหายูเรเนียมของอิหร่าน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของข้อตกลงดังกล่าว
หุ้นแนะนำวันนี้: WHAUP
– จุดเด่น: ขายน้ำ–ขายไฟให้นิคม เชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมผ่านการขยายพื้นที่การผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น แบตเตอรี่สำรองไฟ รถไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม และดาต้าเซนเตอร์ที่มาพร้อมกับ Direct PPA
– แนวรับ: 4.40
– แนวต้าน: 4.74
– Stop loss: 4.30
ถอดบทเรียนทะเลดำ
บล.บัวหลวง ระบุว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง กุญแจสำคัญในการตัดสินทิศทางเศรษฐกิจโลกไม่ใช่เพียง “จุดสิ้นสุดของความขัดแย้ง” แต่คือ “ความสามารถในการฟื้นฟูเส้นทางลำเลียงพลังงาน” โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง เบี้ยประกันภัย และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก
ทั้งนี้ ความตื่นตระหนกของตลาดสามารถบรรเทาลงได้ก่อนสงครามยุติ หากกลไกการเดินเรือกลับมาทำงานได้อีกครั้ง บทเรียนปี 2022 ชี้ให้เห็นว่าการใช้โดรนทางทะเลเพื่อลดภัยคุกคาม ร่วมกับข้อตกลงทางการทูต และกลไกประกันภัยแบบ Unity Facility คือโซลูชันที่ช่วยลดความเสี่ยง
สำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 นี้ คาดการณ์ว่า:
Fear Premium: จะยังคงอยู่ในระดับสูงจนกว่าจะเห็นสัญญาณความปลอดภัยที่ชัดเจน (คาดการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2569)
Futures Spread: นักลงทุนควรใช้เครื่องมือนี้ในการจับสัญญาณการผ่อนคลายของตลาด หากมาตรการฟื้นฟูเริ่มเห็นผล คาดว่าค่าความเสี่ยง (Fear Premium) ในน้ำมันจะทยอยลดลงในไตรมาส 3/2026 และกลับสู่ภาวะปกติในช่วงต้นปี 2027
