หุ้นเอเชียเช้านี้ร่วง ราคาน้ำมันลง จับตา’ทรัมป์’ต่อเวลาเจรจาอีก 10 วัน

HoonSmart.com>>หุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลงเกือบทั้งภูมิภาค จับตาทรัมป์ขยายเวลาเจรจาออกไปอีก 10 วัน ลดแรงกดดันราคาน้ำมัน

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวลง โดยช่วงหนึ่งดัชนี Nikkei ลดลงกว่า 2% ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาบ้าง เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโอกาสในการเจรจาแก้ไขความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในชั่วข้ามคืน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวลง ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็กกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก

ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กปรับตัวลดลง 0.1% ในวันนี้ เงินเยนยังคงทรงตัวจากช่วงก่อนหน้า โดยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 159.65 เยนต่อดอลลาร์

ณ เวลา 9.23 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 53,148.5 จุด ลดลง 455.15 จุด, -0.85%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลงเกือบทั้งภูมิภาค นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ผันผวนอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางยังคงไม่ชัดเจน ท่ามกลางข้อความที่ขัดแย้งกันจากสหรัฐฯ และอิหร่าน
นักลงทุนยังคงระมัดระวังแม้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลื่อนกำหนดเส้นตายให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลง

ประธานาธิบดีทรัมป์ ขยายกำหนดเส้นตายสำหรับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 6 เม.ย. เพื่อให้มีเวลามากขึ้นสำหรับการเจรจา

ทรัมป์กล่าวว่า การขยายเวลาดังกล่าวเป็นไปตามคำขอของรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลาม และเป็นการแลกเปลี่ยนกับเรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในฐานะของขวัญจากอิหร่าน

บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นในช่วงต้นวันศุกร์ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงมากถึง 2% และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 0.5% อย่างไรก็ตามราคาน้ำมัน Brent ซึ่งเป็นดัชนีราคาน้ำมันดิบโลก กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในเดือนนี้

โทนี่ ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ออสเตรเลีย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การขยายเส้นตายออกไปนั้น เท่ากับเป็นการเลื่อนปัญหาออกไป ทำให้การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งล่าช้าออกไปซึ่งในทางกลับกัน ก็ยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนที่กดดันตลาดและเศรษฐกิจโลกโดยรวมยืดเยื้อออกไป

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการประกันภัยของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายเพื่อหนุนการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซส่วนใหญ่ของโลกได้

ในเอเชีย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากที่เพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนธันวาคม

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,892.654 จุด เพิ่มขึ้น 3.57 จุด, +0.09%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,838.67 จุด ลดลง 17.76 จุด, -0.07%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,328.14 จุด ลดลง 132.32 จุด, -2.42%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 32,839.27 จุด ลดลง 498.35 จุด, -1.49%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมลดลง 1.5 ดอลลาร์หรือ 1.59% ซื้อขายที่ 92.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมลดลง 2.18 ดอลลาร์ หรือ 2.02% ซื้อขายที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล