ดาวโจนส์ปิดทรุด 768 จุด เฟดคงดอกเบี้ย วิตกเงินเฟ้อ

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดร่วง ดาวโจนส์ทรุด 768 จุด ปิดที่ระดับต่ำสุดใหม่ของปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ คงอัตราดอกเบี้ย ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน พร้อมส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ วิตกเงินเฟ้อ “ราคาน้ำมันดิบ” Brent พุ่ง 3.83% ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์/บาร์เรลฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 18 มีนาคม 2569 ปิดที่ระดับต่ำสุดใหม่ของปี 2026 หลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม พร้อมส่งสัญญาณว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ ขณะที่ความเห็นจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงต่อเนื่องในประเทศ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด, -1.63%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด, -1.36%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด, -1.46%

ดัชนีดาวโจนส์แตะระดับต่ำสุดของปีและปิดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน อีกทั้งยังลดลงกว่า 5% นับตั้งแต่ต้นเดือน ทำให้มีแนวโน้มที่จะลดลงมากที่สุดในรอบเดือนนับตั้งแต่ปี 2022

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75% โดยระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่แน่นอน

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวในการแถลงข่าวว่า การคาดการณ์คือจะมีความคืบหน้าในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ แม้จะไม่มากเท่าที่หวังไว้ แต่ก็มีความคืบหน้าบ้าง

การคาดการณ์ล่าสุดจากผู้กำหนดนโยบายของเฟด แสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงเพียง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ โดยไม่มีการระบุช่วงเวลาที่แน่นอน

การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เฟดมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเมื่อเร็วๆ นี้มีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น โดยผู้กำหนดนโยบายยังคงคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.2% ภายในสิ้นปี 2027 ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง

อย่างไรก็ตาม ก่อนการแถลงของเฟด กระทรวงแรงงานรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต ( Producer Price Index:PPI) ในเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Dow Jones คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%

รายงานแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในภาวะที่เปราะบางอยู่แล้วก่อนที่สงครามอิหร่านจะปะทุขึ้น ซึ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งและราคาน้ำมันสูงขึ้น ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อ (stagflation)

เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานสากลปรับตัวสูงขึ้น 3.83% และขยับเข้าใกล้ระดับ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันWTI ในสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หลังจากมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีโรงงานแปรรูปก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบูเชห์ร อิหร่านยังได้ขู่ว่าจะโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ สัปดาห์นี้อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระลอกใหม่ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิง

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น AMD ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังจากตกลงขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Samsung Electronics ในด้านการจัดหาชิปหน่วยความจำสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่วนหุ้น Nvidia ปรับตัวลง 0.8% แม้ได้รับการอนุมัติจากปักกิ่งให้จำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับสองในประเทศจีน

หุ้น Micron Technology ปรับตัวขึ้น 0.01% ก่อนการประกาศรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหลังปิดตลาด หุ้น SanDisk ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

บริษัทจัดการสินทรัพย์ Apollo Global Management พุ่งขึ้น 2.1% และ Ares Management Corp ฟื้นตัว 0.28% หลังจากร่วงอย่างหนักในสัปดาห์ก่อนหน้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อภาคเอกชน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ หลังจากการโจมตีแหล่งก๊าซปาร์สของอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและทำให้มีความกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงอีกครั้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 597.93 จุด ลดลง 4.52 จุด, -0.75%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,305.29 จุด ลดลง 98.31 จุด,-0.94%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,969.88 จุด ลดลง 4.61 จุด, -0.06%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,502.25 จุด ลดลง 228.67 จุด, -0.96%

การโจมตีโรงไฟฟ้าปาร์สเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านในอ่าว
เปอร์เซียครั้งแรกที่มีรายงานในระหว่างสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล และทำให้อิหร่านเตือนประเทศเพื่อนบ้านว่าโรงไฟฟ้าของพวกเขาจะตกเป็นเป้าหมายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

การเคลื่อนไหวของตลาดแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงตอบสนองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว ซึ่งลบความหวังที่ว่าราคาหุ้นอาจจะแตะจุดต่ำสุดแล้ว โดยเฉพาะในยุโรปที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

นักลงทุนยังรอความเห็นจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ ขณะที่นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดแถลงในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งตลาดคาดว่าผู้นำธนาคารกลางทั้งสองจะแถลงถึงมุมมองเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจให้สัญญานใหม่แก่นักลงทุนเกี่ยวกับการปรับสถานะการลงทุน

หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ร่วงลง 2.72% และเป็นตัวฉุดดัชนีหลักมากที่สุด ขณะที่บริษัทด้านการดูแลสุขภาพ ก็ลดลง 2% เช่นกัน

หุ้นกลุ่มธนาคาร ได้รับผลกระทบจากการเทขายน้อยที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.22% เป็นวันที่สามติดต่อกัน

ในบรรดาหุ้นรายตัว บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ Logitech ลดลง 6.07% หลังUBS ปรับลดคำแนะนำการลงทุนจากซื้อ เป็น neutral พร้อมทั้งลดราคาเป้าหมายลงด้วย

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 96.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 3.96 ดอลลาร์ หรือ 3.83% ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–