HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 – 1,400 จุด แนวต้าน 1,410 – 1,420 จุด คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มเทคฯ ของสหรัฐ ตลาดยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง รอผลการประชุมธนาคารกลางหลักๆ คัดหุ้นเก๋งกำไร DELTA,HANA,KCE ตาม Sentiment บวกของหุ้นกลุ่มเทคฯ ของสหรัฐ หุ้นเด่นวันนี้ PTTGC, TEGH
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 – 1,400 จุด แนวต้าน 1,410 – 1,420 จุด คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯของสหรัฐ และยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง, ราคาน้ำมันดิบ และผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,CPAXT,GULF เก็งกำไร DELTA,HANA,KCE ตาม Sentiment บวกของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ
ด้านปัจจัยการเมืองในประเทศวันที่ 19 มี.ค. จะมีการเปิดสภา ฯ เพื่อโหวตเลือกนายก ฯ ซึ่งคาดจะได้รัฐบาลที่อำนาจเต็มเข้ามาบริหารประเทศในเดือน เม.ย.นี้
ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุม กบน.ต่อ ม.พยุงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ หลังกองทุน ฯ มียอดติดลบรวม 1.26 หมื่นล้านบาท โดยบัญชีก๊าซหุงต้ม -3.76 หมื่น ลบ. ส่วนบัญชีน้ำมันยังเป็นบวกรวม +2.5 หมื่นล้านบาท
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวานนี้ DJIA +0.83%, S&P500 +1.01%, Nasdaq +1.22% ได้แรงหนุนจากกกลุ่มเทคโนโลยี +1.39%, สินค้าฟุ่มเฟือย +1.34% นำโดย Meta Platform +2.3% รับข่าวเตรียมลงทุนด้าน AI, Nvidia +1.6% หลัง Foxconn ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิปของ Nvidia คาดการณ์รายได้ไตรมาสเติบโตได้ดี
นักลงทุนเริ่มความกังวลหลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -5.28% และ Vix Index ลดลง -13.5% อยู่ที่ระดับ 23.51 หลังเรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน, ธุรกิจเรือสำราญ ประเด็นที่ต้องติดตามวันที่ 18 มี.ค.ผลการประชุมเฟดซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ย และเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปหลัง ต.ค. & เดิมคาด ก.ค. นี้ รวมถึง Fed Dot Plot และประมาณการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ
หุ้นแนะนำ PTTGC (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 ฟื้นตัว QoQ แม้มีโรงงานโอเลฟินส์ OLE4 ปิดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตามคาดว่า spread สายโอเลฟินส์ที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค.จะช่วยลดผลกระทบ เนื่องจาก supply feedstock Naphtha จากตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก ส่งผลให้โรงงานปิโตรฯ บางรายต้องประกาศหยุดผลิตชั่วคราว ขณะที่ PTTGC ไม่ได้รับผลกระทบเพราะรับวัตถุดิบ Ethane จาก GSP ของ PTT และ Naphtha จากโรงกลั่นของตัวเองเป็นหลัก
ส่วนธุรกิจโรงกลั่นเด่นจาก GO spread ที่อยู่ในระดับสูงมากๆ รวมถึงจะพลิกกลับมามีกำไรสต๊อกน้ำมันดิบด้วย ทั้งนี้โรงกลั่นของ PTTGC ใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 5-10% ส่วนใหญ่ซื้อจาก USA, WAF, Asia รวมถึงจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกรรม Asset Monetization จำนวน 2.3 พันล้านบาท
หุ้น TEGH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายIAA Consensus 3.95บาท)เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคาน้ำมันปาล์มและราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 95 ลบ.(-45%YoY, +89%QoQ) เห็นการฟื้นตัว QoQ แต่ YoY ยังกดดันจากราคาขายที่ลดลงทั้งน้ำมันปาล์มและยาง ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง TEGH* ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ +10%YoY หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นผ่านการขยายกำลังผลิต ขณะที่การ Spinoff TEBP (ธุรกิจจัดการกากอินทรีย์, Biogas, ไฟฟ้า) คาดจะสามารถ IPO ใน maiได้ในปีนี้
ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ TEGH* จะอยู่ที่ 631 ลบ.(+18%YoY) และ 718 ลบ.(+14%YoY)

