HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง ตลาดโตเกียวร่วงลงอย่างมากพลิกกลับจากการปรับขึ้นในสองวันทำการก่อนหน้า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐมีทิศทางที่แตกต่างกัน และจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันเพราะราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่งขึ้น แม้องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศเตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุดก็ตาม หุ้นอ่อนตัวลงในเกือบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยี
ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวลง ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์
เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.1% สู่ระดับ 159.12 เยน ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม
ณ เวลา 9.11 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 54,85.12 จุด ลดลง 640.25 จุด, -1.16%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลงแทบทั้งภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนเผชิญกับราคาน้ำมันที่ผันผวนและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง แม้สหรัฐฯ และพันธมิตรจะประกาศปล่อยน้ำมันดิบสำรองฉุกเฉินในปริมาณที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดพลังงาน
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กำลังเตรียมปล่อยน้ำมันดิบ 400 ล้านบาร์เรล หลังจากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน ซึ่งนับเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าน้ำมันดิบเหล่านี้จะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ คริส ไรท์ กล่าวเมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันดิบ 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สอง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง เนื่องจากอิรักได้ระงับการดำเนินงานที่ท่าเรือหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตี
ตลาดพลังงานยังคงเป็นจุดสนใจหลักของนักลงทุน เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซส่งผลให้กังวลต่อการเกิดภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นทั่วโลก
เมื่อวานนี้สหรัฐรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)เดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบรายปี ตามที่คาดการณ์ไว้ และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือนส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน
ตลาดรอการรายงานรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures:PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ให้ความสำคัญ ในวันศุกร์
แนวโน้มภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมิถุนายน
นักลงทุนที่วิตกกังวลต่างพยายามหาสภาพคล่องในรูปของดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงสกุลเงินจากประเทศที่เป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ เช่น ญี่ปุ่นและประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,133.5 จุด เพิ่มขึ้น 0.067 จุด, 0.00%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,746.62 จุด ลดลง 152.14 6 จุด, -0.59%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,584.67 จุด ลดลง 25.28 จุด, -0.45%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 33,851.79 จุด ลดลง 262.2 จุด, -0.77%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 6.32 ดอลลาร์หรือ 6.87% ซื้อขายที่ 98.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 5.98 ดอลลาร์ หรือ 6.85% ซื้อขายที่ 93.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

