HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,380 จุด แนวต้าน 1,410 – 1,420 จุด หลัง WTI Futures เช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 84.0 ดอลลาร์/บาร์เรล รอประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แนะทยอยซื้อช่วงดัชนีอ่อนตัวในหุ้นกลุ่ม value ปันผลสูง พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้เชียร์ SNPS, TEGH

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,380 จุด แนวต้าน 1,410 – 1,420 จุด หลัง WTI Futures เช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 84.0 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ยังต้องรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่าจะยุติในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,GULF เป็นกลุ่ม Value และมีการจ่ายเงินปันผลสูง
ด้านปัจจัยการเมืองวันเสาร์นี้ติดตามการเปิดประชุมสภาฯ, วันที่ 16 มี.ค.เลือก ปธ.สภา ฯ และวันที่ 19 มี.ค. เลือกนายก ฯ ซึ่งคาดจะได้ ครม.ชุดใหม่บริหารประเทศได้ช่วง เม.ย. นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวานนี้ DJIA -0.07%, S&P500 -0.21%, Nasdaq +0.01% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการสื่อสาร +0.26%, เทคโนโลยี +0.10% นำโดย Sandisk +5.1%, Nvidia +1.2% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.32%, บริการสุขภาพ -0.73% และบริการซอฟต์แวร์ -1.7% โดยนักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามมีแนวโน้มยุติเร็วกว่าคาดที่ 4 – 5 สัปดาห์ และเตือนอิหร่านจะถูกตอบโต้รุนแรง หากมีการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุช ขณะที่กองกำลัง IRGC เผยจะไม่ยอมให้น้ำมันขนส่งออกจากตะวันออกกกลาง โดยนักลงทุนยังกังวลต่อภาวะ Stagflation หากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงยาวนาน
ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US CPI ก.พ. คาดทรงตัวที่ 2.4% YoY , US Core CPI ก.พ. คาดทรงตัวที่ 2.5% YoY และวันศุกร์ US GDP Q4/68 คาด +1.4% QoQ , US PCE ม.ค.
หุ้นแนะนำ SNPS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.10 บาท) ในปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112 โต +38%YoY หนุนจากรายได้จากการขายและบริการ 554 ล้านบาท +21%YoY ทั้งในส่วนของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) และการรับจ้างพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ลูกค้า (ODM) ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท (OBM) ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นจากการขยายช่องทางจำหน่ายแบรนด์ Colosure เมื่อรวมกับการควบคุมต้นทุนการผลิต บริหาร supply chain และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เป็น fixed cost ทำได้ดี ส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 41% และ SG&A/Sale ปรับลดลง
สำหรับแนวโน้มปี 69 บริษัทคาดการณ์รายได้เติบโตในระดับ 15-20% (650-700 ล้านบาท) หนุนจากการเติบโตทั้ง 3 BU (API, ODM, OBM) โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก API ที่มีมาร์จิ้นสูงให้เป็น 40% ผ่านการขยายผลิตภัณฑ์ที่มี value added ขยายตลาดต่างประเทศ มีโอกาส่วนเพิ่มจาก Natural Color (NatureBrill) ที่ US&EU แบนสีสังเคาะห์ และกระแส Longevity ที่เติบโต ทั้งนี้ใน 1Q69 จะมีออกผลิตภัณฑ์ใหม่น้ำลายเทียม (Salywa) ร่วมกับจุฬาฯและสภากาชาด เป็นสารสกัดขิงเพื่อผู้ป่วยมะเร็งตั้งเป้ารายได้ปีแรก 18 ล้านบาท ทำให้ GPM สูงกว่า 42%+ SG&A ลดลงจากการ focus ไปที่ลูกค้าโดยตรง ทั้งนี้หาอิจจาก consensus ของตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 128 ล้านบาท +14%YoY และ 142 ล้านบาท +11%YoY ตามลำดับ
หุ้น TEGH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายIAA Consensus 3.95บาท)เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคาน้ำมันปาล์มและราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 95 ลบ.(-45%YoY, +89%QoQ) เห็นการฟื้นตัว QoQ แต่ YoY ยังกดดันจากราคาขายที่ลดลงทั้งน้ำมันปาล์มและยาง
ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง TEGH* ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ +10%YoY หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นผ่านการขยายกำลังผลิต ขณะที่การ Spinoff TEBP (ธุรกิจจัดการกากอินทรีย์, Biogas, ไฟฟ้า) คาดจะสามารถ IPO ใน maiได้ในปีนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ TEGH* จะอยู่ที่ 631 ล้านบาท(+18%YoY) และ 718 ล้านบาท(+14%YoY)
———————————————————————————————————————————————————–

