HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวโน้มดัชนีวันนี้ฟื้นตัว หลัง ปธน.ทรัมป์ ส่งสัญญาณสงครามมีแนวโน้มยุติได้เร็ว น้ำมัน WTI Futures เช้านี้ -9.0% อยู่ที่ 86.1 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดดัชนีเคลื่อนไหวกรอบแนวรับ 1,360 –1,380 จุด แนวต้าน 1,400 –1,420 จุด หุ้นแนะนำ PTTGC, PCE

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ ประเมินดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสฟื้นตัวในกรอบแนวรับ 1,360 –1,380 จุด แนวต้าน 1,400 –1,420 จุดหลัง WTI Futures เช้านี้ -9.0% อยู่ที่ 86.1 ดอลลาร์/บาร์เรล ตอบรับข่าว ปธน.ทรัมป์ ส่งสัญญาณสงครามมีแนวโน้มยุติเร็วกว่าคาด แนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value บริเวณแนวนรับ เช่น ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,GULF
“เช้านี้คาด SET มีโอกาสฟื้นตัวเนื่อง หลัง ปธน.ทรัมป์ ส่งสัญญาณสงครามมีแนวโน้มยุติได้เร็ว กว่าคาดไว้ที่ 4 – 5 สัปดาห์ ส่วนประเด็นข่าวในประเทศวานนี้ ก.พลังงานสั่งให้เพิ่มไบโอดีเซลเป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. และจะเพิ่มสัดส่วนเป็น B10 –20 ในระยะถัดไป เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันแพง”
ทางด้านปัจจัยการเมืองในประเทศวันเสาร์นี้ติดตามการเปิดประชุมสภาฯ, วันที่ 16 มี.ค.เลือก ปธ.สภา ฯ และ วันที่ 19 มี.ค. เลือกนายก ฯ ซึ่งคาดจะได้ ครม.ชุดใหม่บริหารประเทศได้ช่วง เม.ย. นี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวานนี้ DJIA +0.5%, S&P500 +0.83%, Nasdaq +1.38% หลัง ปธน.ทรัมป์ เผยกับ CBS News ว่าภาวะสงครามในอิหร่านใกล้ยุติเร็วกว่าเดิม
หุ้นเด่น PTTGC (ซื้อเก็งกำไร /ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 ฟื้นตัว QoQแม้มีโรงงานโอเลฟินส์ OLE4 ปิดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตามคาดว่า spread สายโอเลฟินส์ที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค.จะช่วยลดผลกระทบ เนื่องจาก supply feedstock Naphtha จากตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก ส่งผลให้โรงงานปิโตรฯ บางรายต้องประกาศหยุดผลิตชั่วคราว
ขณะที่ PTTGC ไม่ได้รับผลกระทบเพราะรับวัตถุดิบ Ethane จาก GSP ของ PTT และ Naphtha จากโรงกลั่นของตัวเองเป็นปกติ ส่วนธุรกิจโรงกลั่นเด่นจาก GO spread ที่อยู่ในระดับสูงมากๆ รวมถึงจะพลิกกลับมามีกำไรสต๊อกน้ำมันดิบด้วย ทั้งนี้โรงกลั่นของ PTTGC ใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 5-10% ส่วนใหญ่ซื้อจาก USA, WAF, Asiaรวมถึงจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกรรม Asset Monetization จ านวน 2.3 พันล้านบาท อีกด้วย
หุ้น PCE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.50 บำท) ในปี 68 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3.03 หมื่นล้านบาท +10%YoY และมีกำไรสุทธิ 310.3 ล้านบาท -51%YoY รายได้เพิ่มขึ้นหนุนจากการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) การรับรู้รายได้เต็มปีจากผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดในปาลม์ กึ่งบริสุทธิ์(RBDPKO) และผลิตภัณฑ์ใหม่กะลาปาล์ม (PKS) อย่างไรก็ตาม margin ปรับลดลงจากปริมาณขาย B100 ที่ลดลงและเงินบาทแข็งค่า
สำหรับแนวโน้มปี 69 คาดกำไรจะกลับมาเติบโตจาก 1) ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังขยายโรงงาน CPO เฟส 2 เสร็จปลายปีก่อน ทำให้กำลังการเพิ่มเป็น 3,600 ตันผลปาล์มสดต่อวัน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการนำเข้าวัตถุดิบ CPO จากภายนอก 2) รัฐประกาศนโยบายเพิ่มสัดส่วน B5 เป็น B7 เริ่มวันที่ 14 มี.ค.69 ส่งผลบวกโดยตรงต่ออัตราทำกำไรของ PCE เพราะปีก่อนโรงงาน B100 มี U-rate เพียง 16% ถ้าปรับเป็น B7 จะทำให้ U-rate เพิ่มขึ้นได้ถึงระดับ 40-50% โดยโรงงานของบริษัทมีกำลังการผลิต B100 รวม 1.2 ล้านลิตร/วัน เป็นอันดับ 3 ของประเทศ
โดยเราตั้งข้อสังเกตว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลมีความรวดเร็วมากขึ้นเนื่องจากขั้นตอนปกติถ้าปรับขึ้นต้องผ่าน ครม. โดยในภาพในปีนี้รวมคาดปริมาณการผลิต B100 ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 17-21% และตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตจากปีก่อน 10-15%YoY บนคาดการณ์ปริมาณผลผลิตปาล์มสดในประเทศปีนี้ 21-22 ล้านตัน ใกล้เคียงหรือเพิ่มจากปีก่อนเล็กน้อย ทั้งนี้เราประเมินจากสมติฐานของบริษัทคาดก าไรปี 69 อยู่ที่ราว 500-600 ล้านบาท มีความเป็นไปได้
———————————————————————————————————————————————————–

