“อัสสเดช”ยันกลไกพร้อมลดหุ้นผันผวน อุตฯหลากหลายหนุนไทยปลอดภัย

HoonSmart.com>>ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันมีเครื่องมือครบถ้วน รับมือความผันผวนหุ้น  ผ่านการทดสอบหลายวิกฤตใหญ่ แนะนักลงทุนใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ยันตลาดทุนไทยยังเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในภูมิภาคจากมีอุตสาหกรรมหลากหลายกลุ่ม ด้านดัชนี SET ร่วง 27.40 จุด ได้ G7 เตรียมงัดสำรองน้ำมันมาช่วยพยุงราคาเบรนท์ รมว.พลังงาน สั่งปรับใช้ B7 เริ่ม 14 มี.ค.ส่งเสริม E20-E85 ยืดเวลาตรึง LPG อีก 2 เดือน ด้านสิงคโปร์จับ”กรรมการ CAI” ทุบราคาหุ้น BCPG ดิ่ง 25%

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในกรณีสงครามอิหร่านยืดเยื้อมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันถือว่าเพียงพอ ทั้งมาตรการ Circuit Breaker ที่เป็นมาตรฐานสากล แบ่งเป็น 3 ระดับ ถ้าหุ้นลง 8% หยุดซื้อขาย 30 นาที หากลดลง 15% หยุดซื้อขาย 30 นาที และถ้าลง 20% หยุดซื้อขาย 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี เกณฑ์ Ceiling & Floor ของหุ้นรายตัว รวมถึง Dynamic Price Band และ Auto Pause ซึ่งช่วยชะลอแรงกระแทกของราคา แต่ตลาดกำลังศึกษา Microstructure เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความเป็นธรรมในการซื้อขาย กลไกเหล่านี้ยังช่วยปกป้อง TFEX โดยอ้อม เพราะเมื่อหุ้นหยุดการเคลื่อนไหว สัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงก็ได้รับการปกป้องไปด้วย

“ตลาดหุ้นไทย เคยผ่านการ stress test ในช่วงวิกฤตโควิด ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่าสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะทุกภาคส่วนหยุดพร้อมกัน แต่ครั้งนี้เป็น external factor ที่กระทบจำกัด จึงยังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรการพิเศษเพิ่มเติม โดยยังเน้นการดูแลที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งฝั่งซื้อและขายเข้ามาได้อย่างเท่าเทียม ไม่เหมือนเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เคยปิดตลาด 1 วันเพราะคนลงมาอยู่บนถนนกันหมด จนการเข้าถึงตลาดไม่เท่าเทียม”นายอัสสเดช กล่าว

ทั้งนี้หากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานและค่าขนส่งอาจสูงขึ้นจะกระทบต้นทุนการขนส่งและการผลิต แต่ทุกประเทศเจอแรงกดดันเดียวกัน ทำให้การแข่งขันไม่ได้ด้อยลง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามให้บริษัทจดทะเบียนสื่อสารกับนักลงทุนมากขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันพุ่งสูง เช่น ผ่าน Opportunity Day หรือการให้ข้อมูลทั้งบวกและลบ เพื่อให้นักลงทุนวิเคราะห์และตัดสินใจได้เหมาะสม

สำหรับ นักลงทุนต่างชาติในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังคงซื้อสุทธิ แม้มีการขายออกมาบางช่วงเพราะปัจจัยการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์

ตลาดหุ้นในเอเชีย ต่างก็ใช้มาตรการคล้ายกัน เช่น เกาหลีที่ Trigger Circuit Breaker หลายครั้ง ซึ่งเป็นผลจากหุ้นขึ้นแรง ไทยก็ปรับขึ้นแรงเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย พอลงก็ลงแรงเช่นเดียวกัน

พร้อมแนะนำให้นักลงทุนทุกกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้เครื่องมือที่มีอยู่ เช่น Inverse ETF และ TFEX เพื่อบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ใน War Room มีการประชุมกับภาครัฐและเอกชน เพื่อทำความเข้าสถานการณ์ นำมาสื่อสารทุกฝ่ายเข้าใจถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและส่งต่อข้อมูลไปยังนักลงทุน

โดยภาพรวม เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพและ Valuation หุ้นไทยที่แข็งแรง อีกทั้งในหลายวิกฤตที่ผ่านมา Fund Flow มักไหลเข้าสู่ไทย เนื่องจาก Dividend Yield ที่สูงและมาตรการ Share Buyback ที่ทำสถิติสูงสุดในปีที่ผ่านมา

ปัจจัยเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของไทยเป็น Safe Haven สำหรับนักลงทุนต่างชาติ

ขณะเดียวกันตลาดทุนไทยยังมีความหลากหลายของ Sector โดยไม่มีภาคส่วนใดที่ครองตลาดจนเสี่ยงต่อการเกิด Bubble และมีความหลากหลายของนักลงทุนที่ช่วยสร้างแรงรับเมื่อดัชนีผันผวน อีกทั้งไทยยังเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้เกิดความมั่นใจในการ Rebalancing

ทางด้านตลาดหุ้นวันที่ 9 มี.ค. 2569 ในช่วงเช้า ดัชนี SET ดิ่งลงแรงที่สุด  -79.14 จุด  บริเวณ 1,331.23 จุด  ก่อนเด้งขึ้นมาสูงสุด  1,386.04  จุด และปิดที่ระดับ  1,382.97 จุด ร่วงลง -27.40 จุด หรือ -1.94% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น  94,274.29 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายเพียง 1,771.38 ล้านบาท ลดลงจากปลายสัปดาห์ก่อนที่ทิ้งวันละ 6-7,000 ล้านบาท  และซื้อในตลาด TFEX  11,346  สัญญา ขณะที่สถาบันไทยขาย 1,939.57 ล้านบาท พอร์ตบล.ขาย 1,591.68 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยช้อนซื้อ 5,302.63 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่าตลาดเอเชียหลายแห่ง โดยดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงกว่า 8% ทำให้ต้องหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว 20 นาที ณ เวลา 10.31 น. ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการใช้มาตรการ เซอร์กิต เบคเกอร์ครั้งที่สอง ภายในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ดัชนีนิเคอิ ญี่ปุ่น ปิดทรุดหนักถึง 6.91% ฮ่องกง -2.55%

“ตลาดหุ้นโลกร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรงเกือบถึง 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในวันนี้ ก่อนที่กลุ่มประเทศ G7 จะมีการประชุมด่วน พิจารณาดึงน้ำมันสำรองมาใช้ประโยชน์  ช่วยลดแรงกดดัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT อ่อนตัวลงมาซื้อขายบริเวณ 100 เหรียญต้นๆ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบสหรัฐ แต่คงพยุงราคาน้ำมันดิบไม่ได้นาน หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด เรือขนส่งน้ำมันเดินทางผ่านไม่ได้ ซึ่งจะสร้างปัญหาเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และราคาสินทรัพย์ทุกประเภทในตลาดโลก”

สั่งปรับใช้ B7 เริ่ม 14 มี.ค.ส่งเสริม E20-E85 ขยายเวลาตรึง LPG อีก 2 เดือน 

ทางด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงภายหลังการประชุมเรื่องการแก้ไขสถานการณ์ด้านพลังงาน จากผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงได้เมื่อไรนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาด้านราคา และปริมาณสต็อกน้ำมันในประเทศ ซึ่งนอกจากจะมีการระงับการส่งออกน้ำมัน และให้ผู้ค้าเพิ่มการสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% แล้วนั้น ได้มีการเตรียมแนวทางในเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล B5 เป็น B7 โดยจะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.นี้เป็นต้นไป  ช่วยลดปริมาณการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลลงอย่างน้อย 2% อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ได้สั่งให้มีการศึกษาแนวโน้มการปรับเพิ่มส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล เป็น B10 และ B20 ในระยะถัดไป

รมว.พลังงาน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 E85 ให้มากขึ้น ผ่านการสร้างแรงจูงใจด้านราคา ด้วยการทำให้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่างราคา E10 กับ E20 และ E85 เพิ่มมากขึ้นจาก 2 บาท เป็น 3 บาท ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินของประชาชนได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันพบว่ารถยนต์หลายรุ่นสามารถเติม E20 ได้แล้ว

” เรื่องก๊าซหุงต้ม (LPG) ได้สั่งให้ตรึงราคาจำหน่าย ต่อไปอีก 2 เดือน จนถึงสิ้นเดือนพ.ค.69 ”

สิงคโปร์จับกรรมการ CAI ผู้ถือหุ้นใหญ่ BCPG ทุบราคาหุ้นร่วง 25%

ในวันนี้ยังมีข่าวเรื่องทางตำรวจสิงคโปร์ได้จับกุมกรรมการ บริษัท CAPITAL ASIA INVESTMENTS (CAI) แล้ว ข้อหาสำคัญคือความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่ง CAI  เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท บีซีพีจี  (BCPG)  ทำให้ราคาหุ้นดิ่งกว่า 25%ปิดที่ 5.30  บาท ร่วง 1.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 504.61 ล้านบาท  ทั้งนี้  CAI ถือหุ้น BCPG ประมาณ 5.62% ของทุนชำระแล้ว

ทางด้านก.ล.ต. นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ในฐานะโฆษก กล่าวว่า กรณีข้างต้นเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการฟอกเงินของประเทศสิงคโปร์ ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ได้เร่งดำเนินการโดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความคืบหน้าไปอย่างมาก