“หุ้นโตเกียว” เช้านี้ดัชนีนิกเกอิร่วงกว่า 6% “เกาหลี” -8% ราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์

HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับตัวลงแรง ดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 6% “ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิก” ปรับตัวลงทั้งภูมิภาค หลังราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวลงแรง โดยดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 6% ต่ำกว่าระดับ 52,000 จุด หลังจากราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ร่วงลง 3,382.63 จุด หรือ 6.08% จากวันศุกร์ มาอยู่ที่ 52,238.21 จุด ขณะที่ดัชนี TOPIX ร่วงลง 184.75 จุด หรือ 4.97% มาอยู่ที่ 3,532.18 จุด

Softbank Group Corp เป็นหนึ่งในหุ้นที่ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี โดยลดลงเกือบ 10% ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับชิป เช่น Advantest และ Lasertec ก็ลดลงกว่า 10% และ 9% ตามลำดับ

ในตลาดหลัก Prime Market กลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มธนาคาร และกลุ่มเครื่องจักร

เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่นดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 158.41-43 เยน เทียบกับ 157.79-89 เยนในนิวยอร์ก และ 157.52-55 เยนในโตเกียว เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์

ณ เวลา 8.52 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 51,833.35 จุด ลดลง 3,787.49 จุด, -6.81%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลงทั้งภูมิภาค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 จากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นต่อการขนส่งน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐาน

นักลงทุนเตรียมรับมือกับความผันผวนครั้งใหม่ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และอาจกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลก

ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับประมาณ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่พุ่งขึ้น 28% ส่วนราคา WTI พุ่ง 17.7%. ตลาดน้ำมันเผชิญกับความผันผวนเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตเริ่มลดการผลิตน้ำมัน และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมัน หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อวันอาทิตย์ อิหร่านได้โจมตีหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันในกรุงเตหะรานซึ่งกระทบระบบไฟฟ้าของสาธารณรัฐอิสลาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียเตือนว่าสหรัฐฯ จะพิจารณาโจมตีพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน การโจมตีจะดำเนินต่อไป “จนกว่าพวกเขาจะยอมจำนน หรือที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่าคือ ล่มสลายอย่างสิ้นเชิง!”

ทรัมป์ยังโพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า การเพิ่มขึ้นของ “ราคาน้ำมันในระยะสั้น” เป็น “ราคาเล็กน้อยมากที่จะต้องจ่าย” เพื่อทำลายภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน อิหร่านได้แต่งตั้งบุตรชายของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ล่วงลับ เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

นักลงทุนลดความเสี่ยงลง ดอลลาร์ซึ่งกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมในช่วงความขัดแย้งนี้ จึงแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเกือบทั้งหมดในวันจันทร์

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ปรับตัวขึ้น 0.5%

แคโรล คอง นักกลยุทธ์จาก Commonwealth Bank of Australiaในซิดนีย์กล่าวว่า ดอลลาร์ได้รับประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากสถานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของดอลลาร์ และสถานะของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นไปอีกมากแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของความขัดแย้ง ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันจันทร์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐาน ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4.18%

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนเกรงว่าความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ผ่อนคลายนโยบายได้ยากขึ้น แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานล่าสุดต่ำกว่าคาด

นักลงทุนจับตาข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้าผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าจะแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีจะทรงตัวอยู่ที่ 2.4% ในเดือนกุมภาพันธ์

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งเป็นมาตรวัดที่เฟดใช้เป็นประจำ จะประกาศในวันศุกร์ และคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 3.0% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางมาก และนักวิเคราะห์มองว่ามีความเสี่ยงที่ตัวเลขจะสูงขึ้นไปอีก

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นำการการเทขายในวงกว้างของภูมิภาค ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลง 6.5% ส่งผลให้มีการระงับการซื้อขายชั่วคราวสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Kospi 200 กลไกการระงับการซื้อขายมีการใช้งานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากดัชนีร่วงลงมากกว่า 12% ในวันพุธ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในวันเดียว

หุ้น Samsung Electronics ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ร่วงลง 8.4% ขณะที่หุ้นของ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่เช่นกัน ร่วงลงมากกว่าถึง 9.2%

ราคาทองคำลดลง 1.0% สู่ระดับ 5,117 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยผู้ค้าคาดการณ์ว่านักลงทุนอาจต้องขายทำกำไรจากทองคำเพื่อชดเชยการขาดทุนจากสินทรัพย์อื่น ๆ

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,067.82 จุด ลดลง 56.37 จุด, -1.37%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 22,938.01 จุด เพิ่มขึ้น 819.28 จุด, -3.18%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,132.07 จุด ลดลง 452.8 จุด, -8.11%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 31,703.5 จุด ลดลง 1,896.04 จุด, -5.64%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น ดอลลาร์หรือ 21.46% ซื้อขายที่ 110.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 17.95 ดอลลาร์ หรือ 19.37% ซื้อขายที่ 110.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–