“ฟินันเซียฯ” คาด SET มี.ค. อัพไซด์จำกัด 1-4% แนะทยอยทำกำไรบางส่วน ชี้เป้า 5 หุ้นเด่น

HoonSmart.com>>บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดตลาดหุ้นเดือนมี.ค. ผันผวนสูง ด้าน Upside จำกัด ดัชนีพุ่งกว่า 20% (YTD) มองประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯกลับมาสร้างความไม่แน่นอน หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีมติจำกัดอำนาจทรัมป์ แนวต้านดัชนี 1,540-1,580 จุด แนวรับ 1,506 จุด กลยุทธ์ลงทุนเน้น Laggard Play โอกาส Outperform ชู “กลุ่มการเงิน ค้าปลีก การแพทย์ ท่องเที่ยว อาหารและขนส่ง” หุ้นเด่น BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSL

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) เผยกลยุทธ์การลงทุนเดือนมี.ค. คาด Upside SET จำกัด แม้แนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น ประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯ กลับมาสร้างความไม่แน่นอนและความผันผวนอีกครั้ง หลังศาลสูง สหรัฐฯ มีมติจำกัดอำนาจการเก็บภาษีนำเข้าวงกว้างภายใต้กฎหมาย IEEPA อย่างไรก็ตามทรัมป์ใช้อำนาจตาม Section 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 กำหนดภาษีนำเข้า 15% ชั่วคราว และมีโอกาสใช้ช่องทางกฎหมายอื่นเพิ่มเติม สำหรับไทย FSS มองผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเบื้องต้น เป็นกลางเนื่องจากประเทศคู่แข่งสำคัญได้รับอัตราภาษีเดียวกัน

แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2569 ดูดีขึ้นจากที่เคยประเมินก่อนหน้า หลัง GDP ไตรมาส 4/68 ออกมาดีกว่าคาด โดยล่าสุดสภาพัฒน์และธปท.ประเมินว่า GDP ไทยปี 2568 จะเติบโตได้ราว 2% y-y หนุนจากภาคการลงทุนที่คาดเร่งตัวขึ้นหลังมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างมีเสถียรภาพ รวมถึงมาตรการสนับสนุนและเร่งรัดการลงทุนทางตรงจากต่างชาติที่ได้ BOI ส่วนด้านนโยบายการเงินยังผ่อนคลายและสนับสนุน โดยล่าสุดกนง.ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% สู่1% ซึ่ง Surprise ในเชิงTiming ที่เร็วกว่าคาด

FSS มอง Downside ของ EPS ปี 2569 มีแนวโน้มจำกัด Downside ด้านกำไรบจ.ไตรมาส 4/68 โดยรวมออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย 2% หนุนจากกลุ่มพลังงาน สื่อสารฯ อิเล็กทรอนิกส์ท่องเที่ยวเป็นต้น ซึ่งได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นและการเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐรวมถึงเข้า High Season ของการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว

“ภาพรวมเรามีมุมมองเชิงบวกต่อตัวเลขดังกล่าวโดยเฉพาะในแง่ที่ไม่สร้างแรงกดดันในการปรับ EPS ปี 2569 ลงจากปัจจุบันที่ 91 บาท และมี Downside จำกัด”บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ

สำหรับมุมมองทางเทคนิค SET Index เดือนที่ผ่านมาพลิกขึ้นร้อนแรงผิดคาด และทะยานต่อเนื่องแบบไม่พักจนเบรกระดับแนวต้านสำคัญ 1506 จุด ขึ้นมาได้โดยในเดือนมี.ค.นี้ มอง SET มีโอกาสผันผวนสูงเนื่องจากกำลังทดสอบแนวต้านจากโซนผันผวนสูงเมื่อปี 2564-2566 จุด บริเวณ 1540-1580 จุด ซึ่งอาจทำให้การเทรดนั้นยาก แต่ FSS ยังมองบวกต่อเนื่องหากไม่ลงต่ำกว่าระดับ 1506 จุด แต่หากยืน 1506 จุด ไม่ได้ต้องระวังการลงแรง

อย่างไรก็ตาม SET Index ปรับขึ้นกว่า 20% YTD จากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ทั้งการหมุนเงินจาก DM สู่ EM และปัจจัยการเมืองในประเทศที่ชัดเจนขึ้น โดยล่าสุดดัชนีทะลุเป้าหมายปี 2569 ของ FSS ที่ 1,470 จุดแล้วประเมินกรณีดีที่สุดอาจขึ้นสู่ 1,550–1,590 จุด บนสมมติฐาน PER 17 เท่า(อิง Earnings Yield Gap 4%) อย่างไรก็ตาม Upside จากระดับปัจจุบันเหลือจำกัดเพียง1–4%

เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำทยอยทำกำไรบางส่วนช่วงดัชนีปรับขึ้น และเน้น Selective Buy ในหุ้น Laggard ที่มีโอกาส Outperform ได้แก่ กลุ่มการเงิน ค้าปลีก การแพทย์ ท่องเที่ยว อาหารและขนส่ง หุ้นเด่นได้แก่ BDMS, CPALL, CPF, MTC และ NSL

———————————————————————————————————————————————————–