HoonSmart.com>> ”ตลาดหุ้นโตเกียว“เช้านี้ปรับลดลง ดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 2% ตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท “ตลาดหุ้นเอเชีย” ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม วิตกความ วิตกสงครามในอิหร่านคุกคามดันเงินเฟ้อทั่วโลก จับตาจีนประชุมสองสภา
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวลง โดยดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 2% หลังจากที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลงเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อออกไป
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีหุ้น Nikkei 225 ร่วงลง 1,173.13 จุด หรือ 2.08% จากวันอังคาร มาอยู่ที่ 55,105.92 จุด ขณะที่ดัชนี TOPIX ลดลง 92.36 จุด หรือ 2.45% มาอยู่ที่ 3,679.81 จุด
ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ หุ้นกลุ่มน้ำมันและถ่านหิน การค้าส่ง และหุ้นกลุ่มธนาคาร
เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 157.75-80 เยน เทียบกับ 157.71-81 เยนในนิวยอร์ก และ 157.41-43 เยนในโตเกียว เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอังคาร
ณ เวลา 8.27 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 54,695.76 จุด ลดลง 1,619.29 จุด, -2.88%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสงครามในอิหร่านคุกคามที่จะก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก และนักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องจากการเทขายอย่างหนักจากวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 19 เดือน ท่ามกลางสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า
ฟาวาด ราซักซาดา จาก Forex.com กล่าวว่า ขณะนี้ ตลาดซื้อขายตามข่าวพาดหัวแต่ละเรื่อง หลายสิ่งหลายอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าความตึงเครียดจะคลี่คลายลงหรือไม่ หรือว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลกที่ยืดเยื้อกว่าเดิม
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้นถึง 1.2% ในวันนี้ ท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะคุ้มกันและประกันภัยเรือบรรทุกน้ำมันและเรืออื่นๆ ที่แล่นผ่านจุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งป้องกันวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น
ก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสามปี ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาในเอเชียสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากภูมิภาคต่างๆ แข่งกันแย่งชิงสินค้าก๊าซธรรมชาติเหลว ด้วยความขัดแย้งที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่ง ต้นทุนเชื้อเพลิงจึงเพิ่มสูงขึ้น การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งใช้ในการขนส่งสินค้า การผลิตไฟฟ้า และการทำความร้อน อาจเพิ่มต้นทุนการขนส่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาวะเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันเบนซินก็พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ความเสี่ยงเหล่านั้นทวีความรุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ค้าในตลาดฟิวเจอร์สลดความคาดหวังเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างมาก เนื่องจากสงครามกับอิหร่านทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่จะกลับมาอีกครั้ง การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันที่เกิดจากสงครามอาจทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้น และทำให้ผู้กำหนดนโยบายลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้นในปีนี้
นักลงทุนในภูมิภาคนี้ยังจับตาการประชุมรัฐสภาประจำปีของคณะผู้กำหนดนโยบายของจีนที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้เช่นกัน
การประชุมครั้งนี้ หรือการประชุม “สองสภา” (Two Sessions) ควบรวม สภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress) และ สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) โดยการประชุมสภาที่ปรึกษาจะเริ่มขึ้นในวันนี้ และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจะเปิดขึ้นในวันพฤหัสบดี นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนมีกำหนดจะประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจหลายประการในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการตัดสินใจไปแล้วในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 0.5% แตะระดับใกล้ 5,110 ดอลลาร์ในวันพุธ ฟื้นตัวหลังจากร่วงลง 4.4% ในช่วงการซื้อขายในนิวยอร์ก
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,087.63 จุด ลดลง 35.04 จุด, -0.85%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,469.34 จุด ลดลง 298.74 จุด, -1.16%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,518.54 จุด ลดลง 273.37 จุด, -4.72%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 33,052.35 จุด ลดลง 1,271.30 จุด, -3.70%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.98 ดอลลาร์หรือ 1.31% ซื้อขายที่ 75.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น1.27 ดอลลาร์ หรือ
