BBLAM แนะกลยุทธ์หุ้นไทยหลัง”อิหร่าน”ระอุ คงกลุ่ม Defensive ทยอยสะสมหุ้นพลังงานต้นน้ำ

HoonSmart.com>>บลจ.บัวหลวง (BBLAM) แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทย รับสถานการณ์ตะวันออกกลาง แนะหุ้นกลุ่ม Defensiveให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ ชูแบงก์-สื่อสาร ทยอยสะสมหุ้นพลังงานต้นน้ำ ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นอิงการท่องเที่ยว-การบริโภคเชิงวัฏจักร เพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์อาจยืดเยื้อ

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง (BBLAM) ประเมินสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านต่อผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อตลาดทุนไทยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากการปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่านและการตอบโต้ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับความไม่แน่นอนในตลาดการเงินปรับสูงขึ้น แม้ยังไม่เห็นสัญญาณการลดระดับความรุนแรงที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม จากสถิติในอดีต เหตุการณ์ลักษณะนี้มักกดดันตลาดในระยะสั้นมากกว่าระยะยาว โดยตลาดมีโอกาสปรับฐานเฉลี่ยราว 5–12% และใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1–3 เดือน หากไม่มีปัจจัยลบเชิงมหภาคซ้อนเพิ่มเติม วันแรกของการซื้อขายมักเกิดแรงขายทั่วทั้งกระดาน ก่อนจะเริ่มเห็นการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรมตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 เป็นต้นไป

ในเชิงกลยุทธ์ กลุ่มที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด ได้แก่ พลังงาน ปิโตรเคมี และสื่อสาร เนื่องจากได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและมีลักษณะเป็น Defensive ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน สายการบิน และพาณิชย์มีความเสี่ยงอ่อนตัวจากความกังวลด้านความปลอดภัย กำลังซื้อ และต้นทุนโลจิสติกส์

สำหรับพอร์ตปัจจุบันที่ให้น้ำหนักมากในธนาคารและโทรคมนาคมถือว่าเหมาะสมในภาวะผันผวน ส่วนพลังงานยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน แม้ LNG ที่สูงขึ้นจะกดดันโรงไฟฟ้า SPP ด้านอิเล็กทรอนิกส์มีความเสี่ยงจาก Valuation ที่สูงในระยะสั้น แต่ยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจาก AI และ Data Center ทำให้การปรับฐานลึกอาจเป็นจังหวะสะสม ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลคาดว่ากระทบเชิง Sentiment มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน และสามารถพิจารณาเพิ่มน้ำหนักเมื่อราคาปรับลง

“โดยรวม ตลาดไม่ได้มีแนวโน้มเป็นขาลงรุนแรง แต่เป็นลักษณะของการทำ Sector Rotation ภายใต้ความผันผวนที่สูงขึ้น จึงมีการปรับลดน้ำหนักหุ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในวันที่เปิดกระโดด”

กลยุทธ์หลักคือคงสัดส่วนในหุ้น Defensive ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ เช่น ธนาคารและสื่อสาร ทยอยสะสมหุ้นพลังงานต้นน้ำเมื่อราคาปรับขึ้นไม่มาก และรอจังหวะเข้าซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งเมื่อปรับฐาน ขณะเดียวกันลดการลงทุนในกลุ่มที่อิงการท่องเที่ยวและการบริโภคเชิงวัฏจักร เพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์อาจยืดเยื้อ

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดจากการปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่านและการตอบโต้ในตะวันออกกลางนั้น ในส่วนของกองทุนตราสารทุนต่างประเทศของ บลจ.บัวหลวง ไม่มีการลงทุนโดยตรงในภูมิภาคตะวันออกกลางและในส่วนของกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ B-DYNAMIC BOND บลจ.บัวหลวง มีการลงทุนในในภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านการลงทุนในกองทุนและใน ETFs โดยสัดส่วนการลงทุนในภูมิภาคดังกล่าวคิดเป็น 1.6% ของ NAV โดยมีสัดส่วนในประเทศซาอุดิอาระเบียสูงที่สุด (1.17% ของ NAV) ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งโดยตรง (ข้อมูล ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569)