ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 370 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ฟื้น คลายกังวล AI

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้ง 3 แห่งปิดพุ่งขึ้น ดาวโจนส์บวก  370 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ฟื้น คลายกังวล AI ท่ามกลางความกังวลเรื่องการประทุของสงครามการค้า  เฟดไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย  ด้านตลาดหุ้นยุโรปมีทั้งขึ้นและลง  ราคาน้ำมันดิบลดลงเล็กน้อย 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 24 ก.พ. 2569 รวมทั้งดัชนี S&P 500 และ ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น โดยหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ฟื้นตัวจากที่ถูกเทขายและนำโดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)ต่อบางอุตสาหกรรมเริ่มคลี่คลายลง ก่อนการประกาศผลประกอบการของ Nvidia ในสัปดาห์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,174.50 จุด เพิ่มขึ้น 370.44 จุด, +0.76%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,890.07 จุด เพิ่มขึ้น 52.32 จุด, +0.77%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,863.68 จุด เพิ่มขึ้น 236.41 จุด, +1.04%

หุ้น AMD พุ่งขึ้น 8.8% หลังจาก Meta Platforms ประกาศข้อตกลงระยะยาวกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์แห่งนี้ ความร่วมมือใหม่นี้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิกของ AMD สูงถึง 6 กิกะวัตต์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI นอกจากนี้ Meta จะลงทุนใน AMD ผ่านใบสำคัญแสดงสิทธิหุ้น AMD มากถึง 160 ล้านหุ้น

ในวันจันทร์ราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาในวงกว้างส่งผลให้กิจกรรมเสมือนจริงของ Anthropic ในวันอังคารกลายเป็นที่สนใจ จากการนำเสนอข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเครื่องมือ AI และแชทบอท Claude สำหรับบริษัทต่างๆ Anthropic ยังประกาศความร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่ง รวมถึง Salesforce, FactSet และ DocuSign ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านั้นปรับตัวสูงขึ้น

หุ้น Docusign เพิ่มขึ้นกว่า 2% หลังจากที่ Anthropic ประกาศว่า Claude Cowork ของบริษัทสามารถเชื่อมต่อกับ Docusign รวมถึงเครื่องมืออื่นๆ ที่องค์กรใช้งานอยู่แล้ว เช่น Google Drive และ Gmail ได้แล้ว การเคลื่อนไหวนี้สร้างความหวังให้กับนักลงทุนว่า AI อาจเข้ามาเสริมการทำงานของบริษัทซอฟต์แวร์แทนที่จะเข้ามาแทนที่

หุ้น Salesforce และ ServiceNow เพิ่มขึ้น 4% และกว่า 1% ตามลำดับ

นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของ Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ในวันพุธหลังตลาดปิดทำการ

อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการปะทุของสงครามการค้ายังคงทำให้ตลาดอยู่ในภาวะตึงเครียด หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลก 10% ขณะที่นักลงทุนจับตาสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ในวันอังคารนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญานเกี่ยวกับนโยบายการค้าและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สองคนออกมาให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางไม่มีความตั้งใจที่จะปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้นี้

ในการอภิปรายในงานเสวนาด้านเทคโนโลยีที่เฟดสาขาบอสตันเป็นเจ้าภาพ ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน เชื่อว่าน่าจะเหมาะสมที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกสักระยะ โทมัส บาร์กิน ประธานธนาคารเฟดสาขาริชมอนด์ ซึ่งร่วมอภิปรายในเวทีนี้ กล่าวว่า นโยบายการเงินในปัจจุบัน อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ
สำหรับหุ้นรายตัวอื่น หุ้น Home Depot เพิ่มขึ้นเกือบ 2% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทปรับขึ้นได้ดีเกินคาดในรอบหนึ่งปี ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก จากการปรับตัวขึ้นของตลาดโดยรวม โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในวอลล์สตรีท แม้นักลงทุนจะยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังจากที่ศาลได้ยกเลิกมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 629.14 จุด เพิ่มขึ้น 1.44 จุด, +0.23%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,680.59 จุด ลดลง 4.15 จุด, -0.04%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,519.21 จุด เพิ่มขึ้น 22.04 จุด, +0.26%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,986.25 จุด ลดลง 5.72 จุด, -0.02%

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะพื้นฐานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.5% จากราคาทองแดงแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตามมาด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและสาธารณูปโภค

หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวสูงขึ้นหลังจากบริษัท Advanced Micro Devices จากสหรัฐฯ ทำข้อตกลงกับ Meta Platforms เพื่อขายชิป AI มูลค่าสูงถึง 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการร่วมมือกันระหว่างบริษัทซอฟต์แวร์และห้องปฏิบัติการ AI อย่าง Anthropic เพื่อพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ ก็ได้จุดประกายความสนใจในกลุ่มนี้อีกครั้ง

ในยุโรป หุ้น ASML และ Infineon ปรับขึ้นกว่า 1% ขณะที่ดัชนีกลุ่มโดยรวมปรับขึ้น 0.7%
หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี Stoxx 600 ปิดตลาดสูงขึ้น ยกเว้นหุ้นกลุ่มการเงินและสื่อ

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 1.3% จากความกังวลรอบใหม่ว่าโมเดล AI รุ่นใหม่ๆ อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบดั้งเดิม ส่วนบริษัทบริการทางการเงินลดลง 0.3%

ขณะเดียวกันยังมีความไม่แน่นอนทางการค้า เนื่องจากอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของทรัมป์มีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากที่ภาษีศุลกากรก่อนหน้านี้ถูกตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ อัตราภาษีใหม่นี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว รัฐสภายุโรปได้เลื่อนการลงคะแนนเสียงในข้อตกลงทางการค้าที่ลงนามกับสหรัฐฯ ออกไปเป็นครั้งที่สองในวันจันทร์

กลุ่มยานยนต์โดยรวมกลับเพิ่มขึ้น 1.9%แม้เป็นกลุ่มหลักที่มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีศุลกากร หุ้น Forvia เพิ่มขึ้น 2.8% หลังจากที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์คาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่สูงขึ้นระหว่าง 6-6.5%ในปี 2026

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 68 เซนต์ หรือ 1.03% ปิดที่ 65.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 72 เซนต์ หรือ 1.01% ปิดที่ 70.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล