HoonSmart.com>>โลกเซอร์ไพรส์! ราคาสินทรัพย์ดีดขึ้นรับศาลสหรัฐฯคว่ำมาตรการภาษีนำเข้า ด้าน “โดนัลด์ ทรัมป์“ ตอบโต้ทันที ประกาศเก็บภาษีทั่วโลก 10% เริ่ม 24 ก.พ. ด้าน”กรณ์ จาติกวณิช”มองบวกต่อส่งออก-หุ้น ภาษีลดจาก 19% บล.กสิกรไทย-ยูโอบีฯคาดฟันด์โฟลว์เข้า SET ลุ้นทะลุ 1,500 จุด ยกหุ้นเด่น DELTA, HANA, KCE, CPF, TU, PTTGC, IVL, STA, AH, PSL, TTA, RCL, WICE,AAI, ITC, MALEE, COCOCO,STGT

เมื่อค่ำคืนวันที่ 20 ก.พ.2569 (ตามเวลาประเทศไทย) โลกได้ข่าวดีเซอร์ไพรส์ ศาลฏีกาสหรัฐฯ มีมติ 6-3 ตัดสินให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์“ ทำให้ตลาดหุ้นทั้ง 3 แห่งปรับตัวขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 230.81 จุดหรือ +0.47% ที่ระดับ 49,625.97 จุด ตลาดหุ้นยุโรปขยับตาม สัญญาทองคำล่วงหน้าทะลุ 5,000 สหรัฐ/ออนซ์ ดีดขึ้นมากกว่า 2% หนุนให้ราคาทองในประเทศ เพิ่มขึ้นบาทละ 900 บาท ทองคำแท่งรับซื้อ 74,900 บาท
ทางด้าน”ทรัมป์“ลงนามทันที ประกาศเก็บภาษีทั่วโลก 10% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เวลา 00.01 น. ในวันที่ 24 ก.พ. อย่างไรก็ตาม ภาษีจะมีผลบังคับใช้ได้เพียง 150 วันเท่านั้น เว้นแต่จะได้รับการขยายเวลาจากรัฐสภา
นายกรณ์ จาติกวณิช มองว่ามาตรการภาษี 10% ของทรัมป์เป็นข่าวดีสำหรับไทย เพราะจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า 19% ที่เคยเจรจา และเท่าเทียมกับทุกประเทศ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการส่งออกและตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เนื่องจากมีสินค้ายกเว้นหลายรายการ และมองว่าเป็นการรักษาหน้าของทรัมป์มากกว่าการเก็บภาษีจริงจัง
ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย มองบวก การลดการกีดกันการค้าจะช่วยเพิ่มปริมาณการค้าโลก ซึ่งส่งผลบวกต่อการส่งออกและตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังตัวเลขไตรมาส 4ที่ผ่านมาออกมาดีกว่าคาดแล้ว มองไปข้างหน้าดูเริ่มมี upside ต่อเนื่องที่ชัด
อย่างไรก็ตามการเพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้านั้นเป็นลบต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่น ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในอนาคตสำหรับประเด็นเรื่องการชำระเงินภาษีนำเข้าคืนให้กับประเทศคู่ค้าต่างๆ (refund) อาจเป็นประเด็นกดดันฉุดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่า และภาษีที่ลดลงอาจส่งผลให้เกิดการเร่งนำเข้าสินค้าเป็นจำนวนมากของบริษัทในสหรัฐ ก่อนมีมาตรการใหม่ มีโอกาสทำให้ ดุลการค้าสหรัฐขาดดุลพุ่งขึ้นระยะสั้นในเดือนก.พ.-มี.ค.
สำหรับบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น เป็นบวกกับราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เช่นตลาดหุ้นในเอเชียและไทยชัดที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีสัดส่วนของการส่งออกต่อภาพรวมเศรษฐกิจสูง และเป็นกลุ่มที่สหรัฐฯ พุ่งเป้าในการใช้มาตรการทางภาษีนำเข้ามากที่สุด มองมีโอกาสที่ต่างชาติอาจให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เพิ่ม รวมถึงหุ้นไทย ซึ่งอาจช่วยหนุนให้ฟันด์โฟลว์ยังไหลเข้าไทยต่อและ SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,500 จุด
“หุ้นกลุ่มส่งออกได้อานิสงส์ เช่นอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE),อาหารและเครื่องดื่ม (CPF, TU), ปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) และ ยานยนต์ (STA, AH), และ กลุ่มขนส่งเดินเรือ / โลจิสติกส์ (PSL, TTA, RCL, WICE) แต่จะต้องติดตามว่าจะมีมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ โดยอิงกฎหมายอื่นหรือไม่ (reimpose) “บล.กสิกรไทยระบุ
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองเป็นลบต่อฐานะการคลังสหรัฐฯ ทั้งดุลการคลัง และดุลการค้าสหรัฐฯ ในอนาคต ที่ได้ทั้งเงินจากภาษีนำเข้าที่เก็บจากประเทศอื่นๆ และการส่งออกสินของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวน ขณะที่เป็นบวกต่อประเทศที่ส่งออกไปสหรัฐฯมาก โดยเฉพาะเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อการลงทุนโดยรวม โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่แต่จะต้องติดตามว่าสหรัฐฯ อาจใช้เครื่องมือหรือกฎหมายอื่นในการเรียกเก็บภาษีการค้า ทำให้ภาษีการค้าอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันมาก
สำหรับกลุ่มที่ได้ประโยชน์ คือหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภาษีที่สูงในช่วงก่อนหน้า เช่น กลุ่มอาหารสัตว์, น้ำผลไม้ และยางพารา เช่น AAI, ITC, TU, CPF, MALEE, COCOCO, STA และ STGT
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองบวกหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงดีต่อหุ้นค้าปลีก-เทคโนโลยี-ยานยนต์ยุโรป จากต้นทุนลดลง และอาจช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หั่นดอกเบี้ยได้คล่องตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ(บอนด์ยีลด์) 10 ปี ขยับขึ้นสู่ราว 4.10% จากมุมมองรายได้ภาษีรัฐอาจลดลง
อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ ในการเก็บภาษีทดแทนได้ จึงอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าอย่างจำกัด
“การยกเลิกภาษีจะทำให้รายได้หายไปราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปี หรือราว 0.7% ของ GDP ต่อปี แต่ศาลที่ยังไม่สั่งให้คืนเงิน หากศาลสั่งให้คืนภาษีเต็มจำนวน (ราว 170 พันล้านเหรียญ) จะกระทบฐานรายได้รัฐ เพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการคลัง และอาจดันบอนด์ยีลด์ ผันผวน ”
ด้านหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจาก sentiment บวก โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก–สินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้าจากภาระภาษีที่ลดลง ส่วนหุ้นนอกสหรัฐฯ อาทิ ยุโรป มีโอกาสได้รับผลบวกในระยะสั้นจากภาษีที่ลดลง โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ อาทิ การแพทย์, ยานยนต์
———————————————————————————————————————————————————–

