เซอร์ไพรส์!ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสิน”ล้มเลิก”มาตรการภาษีของทรัมป์

HoonSmart.com>>ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสิน”เพิกถอน”มาตรการภาษีศุลากรของทรัมป์ ด้วยคะแนนเสียงข้างมากมีมติ 6 ต่อ 3   

ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์(20 กุมภาพันธ์ 2569) เพิกถอนมาตรการภาษีศุลกากรส่วนใหญ่ในแผนภาษีนำเข้าขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำและปฏิเสธนโยบายเศรษฐกิจหลักของผู้นำสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

เสียงข้างมากของศาลมีมติ 6 ต่อ 3 ระบุในคำตัดสินที่รอคอยกันมานานว่า กฎหมายที่ใช้เป็นฐานอำนาจในการจัดเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าว “ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดหรือเรียกเก็บภาษีศุลกากร”

คำวินิจฉัยครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของทรัมป์ ซึ่งยกให้มาตรการภาษี รวมถึงอำนาจที่เขาอ้างว่าสามารถกำหนดภาษีกับประเทศใดก็ได้ เมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส เป็นหัวใจสำคัญของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของเขา

คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากของศาลเห็นว่า จุดยืนทางกฎหมายของทรัมป์ “จะถือเป็นการขยายอำนาจของประธานาธิบดีในการกำหนดนโยบายภาษีศุลกากรอย่างพลิกโฉมครั้งใหญ่” พร้อมทั้งย้ำว่า ทรัมป์ได้กำหนดมาตรการภาษีศุลกากรโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งตามรัฐธรรมนูญเป็นฝ่ายที่มีอำนาจในการจัดเก็บภาษี

ในคำวินิจฉัยยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้าทรัมป์ ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้บทกฎหมายฉบับดังกล่าว “เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรใด ๆ เลย ไม่ต้องพูดถึงภาษีที่มีขนาดและขอบเขตกว้างขวางเช่นนี้”

คำตัดสินระบุว่า หากต้องการใช้อำนาจเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่ “พิเศษ” นั้นมีความชอบธรรม ทรัมป์ต้อง “ชี้ให้เห็นถึงการมอบอำนาจจากสภาคองเกรสอย่างชัดเจน” แต่ “เขาทำไม่ได้”
คำตัดสินไม่ได้ระบุว่า ภาษีศุลกากรที่จัดเก็บไปแล้วในอัตราที่สูงขึ้นจะต้องมีการคืนเงินหรือไม่ ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวอาจสูงถึง 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประมาณการล่าสุดจากแบบจำลองงบประมาณของเพนน์-วอร์ตัน ( Penn-Wharton Budget Model)

ในความเห็นแย้ง ผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานาห์ ระบุว่า กระบวนการคืนเงินภาษี “มีแนวโน้มจะยุ่งยาก” พร้อมคาดการณ์ว่า ผลกระทบระยะสั้นจากคำวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับมาตรการภาษีครั้งนี้ อาจมีมาก