ดาวโจนส์บวก 32 จุด แรงซื้อหุ้นการเงิน-หุ้นเทค ฟื้นตัว

HoonSmart.com >> ดาวโจนส์ + 32 จุด แรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน กลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัว
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 17กุมภาพันธ์ 2569  รวมทั้งดัชนี S&P 500 และ ดัชนี Nasdaq ปิดบวกเล็กน้อยท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจาก นักลงทุนประเมินแนวโน้มผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระยะยาว โดยหุ้นซอฟต์แวร์ยังฉุดตลาด ขณะที่มีแรงซื้อในกลุ่มการเงินและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดก่อนหน้านี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,533.19 จุด เพิ่มขึ้น 32.26 จุด, +0.07%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,843.22 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด, +0.10%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,578.38 จุด เพิ่มขึ้น 31.71 จุด, +0.14%
หลังกลับมาซื้อขายจากที่ปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในวันประธานาธิบดี ความกังวลเกี่ยวกับ AI ยังคงคุกรุ่นอยู่ นักลงทุนกำลังจับตาว่า บริษัทไหนจะได้รับผลกระทบเป็นรายต่อไป หลังจากความกังวลว่า AI จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อหุ้นในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ อสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง และบริการทางการเงิน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้สามดัชนีหลักปรับตัวลง
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากผู้เล่น AI จากจีนยิ่งทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อาลีบาบาได้เปิดตัวโมเดล AI ใหม่ Qwen 3.5 ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำงานที่ซับซ้อนได้อย่างอิสระ
นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ราคาร่วงลงก่อนหน้านี้ ซึ่งส่งผลให้ปรับตัวลงอีกในปีนี้ และหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงิน เช่น Citigroup และ JPMorgan หุ้น Citigroup  พุ่งขึ้น 2.6% ขณะที่หุ้น JPMorgan เพิ่มขึ้นกว่า 1%
หุ้น ServiceNow ลดลงกว่า 1% ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีลดลงประมาณ 31% หุ้น Autodesk และ Palo Alto Networks ลดลงกว่า 2% โดยหุ้น Autodesk ลดลงประมาณ 24% แล้วในปีนี้ ขณะที่หุ้น Palo Alto Networks ลดลง 11% หุ้น Salesforce และ Oracle ลดลงเกือบ 3% และเกือบ 4% ตามลำดับ และตั้งแต่ต้นปีลดลงที่ 30% และ 21% ตามลำดับ
ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของ S&P 500 ร่วงลงมากถึง 1.5% ในช่วงต่ำสุดของวัน
ก่อนที่ฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดบวก 0.5% โดยหุ้น Nvidia และ Apple ที่ปรับตัวขึ้นได้นั้น หักล้างการปรับตัวลงของหุ้น Microsoft และ Oracle
หุ้น Apple เพิ่มขึ้นกว่า 3% จากความเชื่อมั่นว่าผู้ผลิต iPhone กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ AI
สัปดาห์นี้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของฤดูกาลการรายงานผลประกอบการแล้ว ไฮไลท์อยู่ที่ผลประกอบการรายไตรมาสของ Walmart ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกรายนี้ก้าวเข้าสู่กลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดหนึ่งล้านล้านดอลลาร์
 นอกจากนี้นักลงทุนจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของอัตราเงินเฟ้อ ด้วยรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลที่จะประกาศในวันศุกร์ หลังการเผยแพร่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ
นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสประมาณ 63% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25%ในการประชุมเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสสูงกว่า 50%
ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดอาจเห็นชอบการลดอัตราดอกเบี้ย”อีกหลายครั้งในปีนี้ หากอัตราเงินเฟ้อกลับมาลดลงสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง ขณะที่ไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอีกครั้งอาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ไกล ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
ด้าน แมรี เดลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่า ธนาคารกลางต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาว่า AIมีส่วนหนุนผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นอีกหรือไม่ เพราะอาจจะต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Norwegian Cruise Line พุ่งขึ้น 12.1% เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากสุดในดัชนี S&P 500 หลังจากที่นักลงทุนเชิงรุกอย่าง Elliott ประกาศว่าได้เข้าถือหุ้นในบริษัทเดินเรือสำราญแห่งนี้มากกว่า 10% แล้ว
หุ้น Paramount Skydance  ปรับตัวขึ้นกว่า 5% จากรายงานข่าวว่า Warner Bros.
Discovery ให้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า หลังWarner Bros. ปฏิเสธข้อเสนอครั้ง
ล่าสุดจากสตูดิโอฮอลลีวูดแห่งนี้
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก โดยหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเฮลท์แคร์นำการปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนติดตามการเจรจาทางภูมิรัฐศาสตร์และประเมินผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะทำให้รูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 621.29 จุด เพิ่มขึ้น 2.77 จุด, +0.45%
 ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,556.17 จุด เพิ่มขึ้น 82.48 จุด,+0.79%
 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,361.46 จุด เพิ่มขึ้น 44.96 จุด, +0.54%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,998.40 จุด เพิ่มขึ้น 197.49 จุด, +0.80%
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากรอบก่อนหน้า 1.3% ฟื้นตัวจากแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเป็นกลุ่มที่ปรับขึ้นโดดเด่นเมื่อปีที่แล้วก็ตาม
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์เพิ่มขึ้น 1.4% สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ขณะที่ดัชนีภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1.8% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
ความสนใจอยู่ที่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการชี้นำที่สำคัญระหว่างการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่สอง
ขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซียที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้เริ่มต้นขึ้นในเจนีวา โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งเรื่องการควบคุมดินแดน
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศลดลง 0.2% หุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงกว่า 1% ขณะที่กลุ่มวัสดุพื้นฐานลดลง 1.6% ท่ามกลางราคาทองคำ เงิน และทองแดงที่อ่อนตัวลง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอน จากความกังวลว่าการประยุกต์ใช้ AI อาจกดดันอัตรากำไรในธุรกิจแบบดั้งเดิม ความกังวลที่เกิดจาก AI ครั้งใหม่นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วหลายภาคส่วน รวมถึงซอฟต์แวร์ ประกันภัย และการขนส่ง
โรลันด์ คาโลยัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของโซซิเอต เจเนอรัล กล่าวว่า ตลาดกำลังประเมินว่าบริษัทใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจาก AI
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรป ปรับขึ้นสวนทางกับกระแสขาลงทั่วโลกได้ในวันอังคาร
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่ตลาดหุ้นยุโรปตกต่ำอย่างรุนแรง เช่น สื่อ ประกันภัย และเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นระหว่าง 0.8% ถึง 0.9%
 ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 56 เซนต์ หรือ 0.89% ปิดที่ 62.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.79% ปิดที่ 67.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล