HoonSmart.com>>หุ้น JMT ขยับขึ้น 2.67% สวนทางหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเจมาร์ทที่ต่างปรับตัวลง นำดิ่งโดย JMART ร่วง 5.88% หลังผลงานปี 68 พลิกขาดทุน 161.84 ล้านบาท รับรู้ขาดทุนจาก “เจเอเอส แอสเซ็ท” (J) ด้าน JMT กำไรสุทธิเพียง 1,029.56 ล้านบาท ร่วงลง 36% จากเก็บหนี้ด้อยคุณภาพลดลง ตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น 45% เป็น 891 ล้านบาท บอร์ดใจดีจ่ายเงินปันผล 0.43 บาท XD 2 มี.ค.69
เมื่อเวลา 10.14 น.หุ้น JMART ร่วง 5.88% มาที่ 7.20 บาท ลดลง 0.45 บาท มูลค่าซื้อขาย 97.75 ล้านบาท
หุ้น SGC ลบ 3.13% มาที่ 0.93 บาท ลดลง 0.03 บาท มูลค่าซื้อขาย 8.09 ล้านบาท
หุ้น J ลบ 3.08% มาที่ 0.63 บาท ลดลง 0.02 บาท มูลค่าซื้อขาย 0.84 ล้านบาท
ส่วนหุ้น JMT บวก 2.67% มาที่ 9.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 230.47 ล้านบาท
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 161.84 ล้านบาท ขาดทุนหุ้นละ 0.111 บาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 1,140.85 ล้านบาท หรือ 0.783 บาทต่อหุ้นในปี 2567
สาเหตุที่ทำให้ขาดทุน แม้ว่าธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯจะยังสามารถสร้างกำไรจากการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการรวมได้รับผลกระทบจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสเงินสด (non-cash item) โดยเฉพาะการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน สำหรับบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มศูนย์การค้า ซึ่งเข้ามามีบทบาทต่อภาพรวมงบการเงินในปัจจุบัน
ส่วนธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือยังคงมีแนวโน้มเติบต่ออย่างต่อเนื่อง มีกำไรดีจากความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และรับรู้กำไรจำนวน 258 ล้านบาท จากการถือหุ้นจำนวน 30% ในบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป (สุกี้ตี๋น้อย)
อย่างไรก็ดี ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่กำลังซื้อในบางกลุ่มยังเผชิญแรงกดดัน ทำให้จังหวะการเก็บกระแสเงินสดชะลอตัวลงจากปีก่อน บริษัทฯจึงตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) เพิ่มเติม เพื่อรองรับความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักความระมัดระวังทางบัญชี
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลัก การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การรักษาสภาพคล่อง การสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและรองรับการเติบโตในระยะถัดไป
สำหรับเจมาร์ทฯ ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 72.89%ของบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท (J) ซึ่งผลงานปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 784.97 ล้านบาท ขาดทุนหุ้นละ 0.5374 บาทพลิกจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 165.61 ล้านบาท หรือ 0.1155 บาทต่อหุ้นแย่ลง 574% มีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 550.5 ล้านบาท และยังรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์อีกจำนวน 116.4 ล้านบาท ถือเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่มีผล กระทบต่อกระแสเงินสด
ทางด้านคณกรรมการบริษัท J มีมติอนุมัติให้ขอขยายระยะเวลาการรับความช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 1,000 ล้านบาท (ซึ่งเป็นวงเงินเดิมที่บริษัทได้รับเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2568) และขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 200 ล้านบาทจากบริษัท เจมาร์ทฯรวม 1,200 ล้านบาท ระยะเวลา 12 เดือน อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 6%ต่อปี
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ผลงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,029.56 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.71 บาท ลดลง 36%จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 1,615.22 ล้านบาท หรือ 1.11 บาทต่อหุ้น เพราะมีรายได้รวม 4,801.7 ล้านบาท ลดลง 676.3 ล้านบาท หรือ -12.3% จากการจัดเก็บหนี้ด้อยคุณภาพที่ลดลง ขณะเดียวกันมีการตั้งสำรองหนี้ 891.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 278.5 ล้านบาท คิดเป็น 45.4%จากปีก่อนที่ตั้งสำรองหนี้ 612.9 ล้านบาท
เฉพาะไตรมาสที่ 4 สามารถจัดเก็บกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น จึงตั้งสำรองจำนวน 181.7 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสที่ 3
ในปี 2568 บริษัทมีการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ 426 ล้านบาทแบบไม่มีหลักประกันเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันมีการคืนหนี้กู้จำนวน 6,376 ล้านบาท สำหรับปี 2569 จะมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในอีก 1 ปีข้างหน้า จำนวน 2,413.6 ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องกังวล บริษัทสามารถจัดหากระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาชำระหนี้ได้อย่างเพียงพอ
คณะกรรมการ JMT มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง ในอัตราหุ้นละ 0.43 บาท /หุ้น ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อรับเงินปันผล 4 มี.ค. 2569 ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค.2569 และจ่ายเงินวันที่ 6 พ.ค.2569
