PTTEP ตั้งเป้ายอดขายปี’69 โต 10% ปี’68 กำไร 60,273 ลบ.ปันผล 8.75 บ.

HoonSmart.com>>ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม เปิดแผนปี 2569  ตั้งเป้าปริมาณขายเฉลี่ย 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า จัดงบลงทุน 7,726 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านกำไรสุทธิปี 2568 ทำได้ 60,273 ล้านบาท ลดลง 18% บอร์ดอนุมัติปันผล 8.75 บาทต่อหุ้น

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม (PTTEP) แจ้งผลการดำเนินงานของปี 2568 มีกำไรสุทธิที่ 1,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 60,273 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.46 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 15.18 บาท) โดยกำไรสุทธิลดลง 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 18% จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 2,227 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 78,824 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.56 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 19.86 บาท)
โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 294,849 ล้านบาท) ลดลง 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 9,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 327,415 ล้านบาท) และปี 2568 มีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมภาษีเงินได้) รวมทั้งสิ้น 5,939 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 194,994 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 5,462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 192,701 ล้านบาท)

บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีสินทรัพย์รวม 29,571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 933,937 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 2,314 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 73,075 ล้านบาท) มีหนี้สินรวม 13,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 414,369 ล้านบาท) โดยเป็นส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 4,014 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 126,774 ล้านบาท) และรายงานส่วนของผู้ถือหุ้นรวมที่ 16,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 519,568 ล้านบาท) โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับ 0.24 เท่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายทางการเงินของบริษัท

นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ รายงานปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้ว (Proved Reserves) รวมทุกโครงการ จำนวน 1,838 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

สำหรับ แผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทย รวมถึงการขยายการลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีประมาณการปริมาณขายเฉลี่ยปี 2569 ที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับรายจ่ายลงทุนและรายจ่ายดำเนินงานในปี 2569 รวมทั้งสิ้น 7,726 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่า 253,027 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการสำรวจ พัฒนา และเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม โดยมีแหล่งเงินทุนหลักมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 สำหรับผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัท ในอัตราหุ้นละ 8.75 บาท และให้นำเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทฯได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 4.10 บาท ซึ่งจ่ายจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรที่เสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมทั้งจำนวน

จึงยังคงเหลือเงินปันผลจ่ายสำหรับงวด 6 เดือนหลังของปี 2568 ที่จะจ่ายอีกในอัตราหุ้นละ 4.65 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

อัตราเงินปันผลหุ้นละ 0.65 บาท จะเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรที่เสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาจะไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

อัตราเงินปันผลหุ้นละ 4.00 บาท จะเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

คณะกรรมการ ยังมีมติแต่งตั้งนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต เป็นกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.2569

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–