PSP เดินเกมรุก M&A เพิ่มถือหุ้น WhatsEGG 75% ยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล

HoonSmart.com>>”พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์” (PSP) เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ปิดดีลเข้าซื้อหุ้น “วอทส์เอ็ก (ประเทศไทย)” หรือ WhatsEGG แพลตฟอร์มซื้อขายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ออนไลน์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขยับถือหุ้นจาก 30% เป็น 75% ยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่อยอดกลยุทธ์ขยายความเชี่ยวชาญธุรกิจยานยนต์ดันรายได้จากธุรกิจใหม่

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ (PSP) เปิดเผยว่า การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน บริษัท วอทส์เอ็ก (ประเทศไทย) จำกัด (WhatsEGG) จากเดิม 30% เป็น 75% ในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางการขยายการลงทุนของ PSP ไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่าน บริษัท พี.เอส.พี. เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกลไกการลงทุนในธุรกิจใหม่โดยเฉพาะ ทั้งนี้ PSP มองว่า WhatsEGG เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีศักยภาพสูง ทั้งในมิติของเทคโนโลยี ข้อมูล และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 75% จะทำให้ PSP สามารถกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การลงทุน และการพัฒนาแพลตฟอร์มได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเร่งการเติบโตในระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มบริษัทโดยรวม

“หลังการเข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 75% แล้ว PSP วางบทบาทให้ WhatsEGG เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกลุ่มบริษัท ทำหน้าที่เชื่อมโยง Ecosystem ของอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตอะไหล่ ผู้จัดจำหน่าย อู่ซ่อมรถ บริษัทโลจิสติกส์ ฟลีทขนส่งเชิงพาณิชย์ บริษัทประกันภัย ไปจนถึงผู้บริโภค โดยไม่เพียงสร้างแหล่งรายได้ใหม่ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูลบิ๊กดาต้าเชิงลึก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจหลักของ PSP ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นในระยะยาว โดยจากดีลดังกล่าว PSP จะเริ่มรับรู้รายได้ของ WhatsEGG เข้ามาในงบการเงินรวมทันทีภายหลังการดำเนินการเข้าถือหุ้นแล้วเสร็จ” นายเสกสรร กล่าว

นายเสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจ จะเกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งด้านเชิงพาณิชย์ โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นของลูกค้า PSP อะไหล่ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในกลุ่ม PSP ผ่านแพลตฟอร์ม EGGMall เข้าถึงลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ได้โดยตรง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการนำระบบบริหารจัดการ EggAli และ EggRepair มาเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้า อู่ซ่อมรถ และบริษัทประกันภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการบริหารสต็อกสินค้า ขณะเดียวกันยังสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมการซื้อและการใช้บริการมาวิเคราะห์ เพื่อต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ PSP มีแผนพัฒนา WhatsEGG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทประกันภัย อู่ซ่อมรถ บริษัทโลจิสติกส์ ฟลีทขนส่งเชิงพาณิชย์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงขยายการใช้งานภายในกลุ่มบริษัท พร้อมยกระดับศักยภาพด้าน Data Analytics เพื่อรองรับการใช้งานในระดับประเทศ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ในด้านโครงสร้างการบริหาร PSP ได้ส่งผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการใน WhatsEGG จำนวน 3 ตำแหน่ง เพื่อกำกับดูแลเชิงนโยบายและขับเคลื่อนให้การดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางของกลุ่มบริษัท โดยยังคงเน้นความคล่องตัวในการบริหารและการเติบโตของธุรกิจเป็นสำคัญ

PSP มองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านอะไหล่และระบบบริหารจัดการยานยนต์ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า จากมูลค่าตลาดชิ้นส่วนอะไหล่หลังการขาย (Aftermarket) ในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 7 หมื่นล้านบาท และแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งทำให้ตลาด E-Commerce ยานยนต์มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย WhatsEGG ถือเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ในตำแหน่งพร้อมที่สุดในการคว้าโอกาสดังกล่าว

ดีลการลงทุนครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจของ PSP ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น แต่เดินหน้าสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Technology และ Data อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG โดย WhatsEGG จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากร ลดของเสียในระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนผู้ประกอบการ SME อู่ซ่อมรถรายย่อยให้เข้าถึงเทคโนโลยี และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่ม PSP และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว