ไทยมุ่งลดอุบัติเหตุทางถนนด้วย Big Data ตั้งเป้าลดการเสียชีวิต 50% ปี’70

HoonSmart.com>>กรมการขนส่งทางบก จับมือ กรมทางหลวง บริษัทกลางฯ มูลนิธิไทยโรดส์ ลงนาม MOU พัฒนา “TRADAR” ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ใช้ Big Data เพิ่มความปลอดภัย ลดอัตราเสียชีวิตลงให้ได้ 50% ภายในปี 2570 ด้าน คปภ.ขอขนส่งฯช่วยตรวจตอนต่อภาษี ย้ำรถทุกคันต้องมีประกันพ.ร.บ.ตลอดปี ยกระดับการจัดการความเสี่ยงลดภาระสินไหมระยะยาว

​นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยยังเป็นวาระเร่งด่วน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไทยอยู่ลำดับที่ 18 ด้วยอัตราการเสียชีวิต 25 รายต่อแสนประชากร ซึ่งภาครัฐมีเป้าหมายตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565 – 2570 ที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 รายต่อแสนประชากร ภายในปี 2570

สำหรับกรมการขนส่งทางบกมุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การยกระดับกระบวนการออกใบอนุญาตขับรถ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานยานยนต์ให้มีความเป็นสากลและมีความปลอดภัยสูงสุด และการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ
ในช่วงเทศกาลสำคัญ รวมถึงส่งเสริมทัศนคติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มโครงการ Big Data เพื่อวางรากฐานระบบข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับติดตามประเมินผลและวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของการเกิดอุบัติเหตุ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

​สำหรับความร่วมมือกันของทั้ง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ เพื่อบูรณาการ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน สร้างสัมพันธมิตรในการแบ่งปันทรัพยากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยีร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลด้านอุบัติเหตุแก่ “สถาบัน TRADAR” ซึ่งเป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบก และมูลนิธิไทยโรดส์ ในการดำเนินการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียและอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน

​นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในครั้งนี้  กรมทางหลวงพร้อมสนับสนุนข้อมูลสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางหลวง ข้อมูลกายภาพถนน ข้อมูลปริมาณจราจร และข้อมูลพฤติกรรมการใช้ความเร็ว รวมถึงผลการศึกษาต่างๆ ให้แก่หน่วยงานภาคี เพื่อนำไปวิเคราะห์และสังเคราะห์ร่วมกัน โดยความร่วมมือนี้จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่า สามารถนำไปกำหนดนโยบายและมาตรการความปลอดภัยทางถนนบนหลักฐานเชิงประจักษ์ได้อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานระหว่างหน่วยงาน และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้ทรัพยากรของภาครัฐ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

น.ส.พรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กล่าวว่า บริษัทกลางฯ ในฐานะองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

บริษัทฯ ได้นำข้อมูลจากการใช้สิทธิประกันภัย พ.ร.บ. รวมถึงข้อมูลการรับแจ้งอุบัติเหตุจากภาคีเครือข่าย มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน www.ThaiRSC.com เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล ประธานมูลนิธิไทยโรดส์ กล่าวว่า  เป็นก้าวย่างสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย โดยมูลนิธิไทยโรดส์มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการสถาบัน TRADAR ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตจำนงร่วมกันในการเป็นหน่วยงานวิชาการอิสระ ที่ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ภารกิจหลัก คือการนำหลักวิชาการและแนวคิด ระบบแห่งความปลอดภัย (Safe System Approach) มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิจัยเชิงลึก เพื่อค้นหากลไกและสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ อันจะนำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้และจัดทำ ข้อเสนอเชิงนโยบายบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based policy) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุน
กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และนำไปสู่การลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  ในการประชุมดังกล่าวมุ่งยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ให้เป็นหลักประกันความปลอดภัยจริง ไม่ใช่แค่ตามกฎหมาย โดยกำหนดให้ รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. ครอบคลุมตลอดปีภาษี
การยกเลิกกรมธรรม์จะทำได้เพียง 2 กรณีเท่านั้น
1. กรณียกเลิกใช้รถ เจ้าของต้องนำเอกสารหลักฐานการยกเลิกการใช้รถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก มาแสดงต่อบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันภัยต้องนำส่งข้อมูลการยกเลิกมายังสำนักงาน คปภ.
2. กรณีการเปลี่ยนบริษัทประกันภัยหรือมีกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับมากกว่าหนึ่งฉบับ ให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบให้แน่ชัดว่ารถคันดังกล่าวมีกรมธรรม์ฉบับใหม่ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมตลอดปีภาษี หรืออย่างน้อยจนถึงสิ้นอายุการต่อภาษีในรอบถัดไป จึงจะสามารถยกเลิกกรมธรรม์เดิมได้

กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ. ตอนประชาชนมาต่อภาษีรถ ส่วน คปภ. จะออกกฎให้ทุกบริษัททำตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง ถนนปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และคุ้มครองประชาชนอย่างต่อเนื่อง