HoonSmart.com>> บลจ. เอ็กซ์สปริง โชว์ผลงาน “กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อิควิตี้” (X-DATACENEQ) สร้างผลตอบแทนโต 14.21% ใน 1 เดือน รับเทรนด์ AI – Cloud ปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 XSpring AM ได้เปิดตัว “กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อิควิตี้” หรือ X-DATACENEQ กองทุนรวมประเภทฟีดเดอร์ (Feeder Fund) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Global X Data Center and Digital Infrastructure ETF ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในแต่ละรอบปีบัญชี
กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนี Solactive Data Center REITs & Digital Infrastructure Index ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของ บริหาร ก่อสร้าง หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเสาสัญญาณโทรคมนาคม (Cellular Tower) เป็นการตอกย้ำศักยภาพการลงทุนในธีมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเมินว่าจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
ทั้งนี้ หลังจากเปิดกองทุนรวม X-DATACENEQ ไปได้ประมาณ 2 เดือน ล่าสุดสร้างผลตอบแทนโดดเด่นกว่า 11.14% นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และ 14.21% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ม.ค. 69) สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของ AI, Cloud Computing และเศรษฐกิจดิจิทัลในโลกยุคใหม่ที่ AI และข้อมูลกลายเป็นหัวใจของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ Data Center ไม่ใช่เพียงธุรกิจเทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล เปรียบเสมือน “หัวใจ” ที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งแต่แพลตฟอร์ม AI, Cloud, E-commerce ไปจนถึง Mobile Banking และบริการดิจิทัลต่าง ๆ
“หาก AI คือสมองของโลกยุคใหม่ Data Center ก็คือหัวใจที่ทำให้ทุกระบบเดินต่อได้อย่างมีเสถียรภาพ การลงทุนใน Data Center จึงเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทระยะยาว ไม่ใช่แค่เกาะกระแสเทคโนโลยีระยะสั้น” นายยศกร กล่าว
ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางน้ำ (Midstream) ที่เชื่อมระหว่างผู้ผลิตเทคโนโลยี เช่น ชิปและเซิร์ฟเวอร์ กับผู้ใช้งานปลายทาง โดยมีจุดเด่นด้าน สัญญาเช่าระยะยาว รายได้สม่ำเสมอ และผู้เช่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งต้นทุนการย้ายระบบสูง ทำให้กระแสเงินสดมีความมั่นคง แรงหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของ Generative AI และ Cloud Computing ซึ่งทำให้ความต้องการพลังประมวลผลและพื้นที่ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าความต้องการกำลังไฟฟ้าของ Data Center ในสหรัฐฯ จะเพิ่มจากราว 40 กิกะวัตต์ เป็นมากกว่า 60 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ขณะที่อุปทานเพิ่มไม่ทัน ส่งผลให้ค่าเช่าพื้นที่ Data Center มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอื้อต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
สำหรับกองทุน X-DATACENEQ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Global X Data Center and Digital Infrastructure ETF (DTCR) โดยกระจายการลงทุนอย่างน้อย 25 บริษัท ครอบคลุมผู้ให้บริการ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำทั่วโลก อาทิ Equinix, Digital Realty, Applied Digital รวมถึงกลุ่มเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมอย่าง American Tower, Crown Castle และ SBA Communications ซึ่งมีลูกค้าเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Microsoft, Amazon, Google, Meta ดังนั้นกองทุน X-DATACENEQ จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ โอกาสเติบโตระยะยาวจาก AI และ Digital Economy พร้อมกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม มาสู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้มั่นคงและบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
“ในระยะยาว เราเชื่อว่า Data Center จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์คุณภาพที่เติบโตไปพร้อมกับโลกดิจิทัล และ X-DATACENEQ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสนั้นได้อย่างเป็นระบบ” นายยศกรกล่าว
