ดาวโจนส์ปิดร่วง 408 จุด กลุ่มประกันสุขภาพร่วง S&P 500 แตะ all-time high

HoonSmart.com>>ดาวโจนส์ปิดลบ 408 จุด แรงขายหุ้นกลุมประกันสุขภาพกดดัชนี สวนทาง S&P500 บวกทำ all-time high ระหว่างวัน หุ้นกลุ่มบิ๊กเทคหนุน จับตาประชุมเฟดวันนี้ ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” WTI พุ่ง 2.9% ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 27มกราคม 2569 ปิดที่ 49,003.41 จุด ลดลง 408.99 จุด หรือ -0.83% จากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มประกันสุขภาพ แต่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ all-time high ระหว่างวัน โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่นักลงทุนรอผลประกอบการที่คาดหวังในทางบวกจากหลายบริษัทในภาคส่วนนี้ รวมทั้งยังจับตาการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธ

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.60 จุด เพิ่มขึ้น 28.37 จุด, +0.41%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,817.10 จุด เพิ่มขึ้น 215.74 จุด, +0.91%%

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงแรง โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของหุ้นบริษัทประกันสุขภาพหลายแห่งร่วงลงหลังจาก Centers for Medicare & Medicaid Services เสนอให้ปรับเพิ่มการจ่ายเงินในปี 2027 ให้กับบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ Medicare Advantage โดยเฉลี่ยสุทธิเพียง 0.09% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

หุ้น UnitedHealth ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ร่วงลงประมาณ 20% แม้ประกาศผลกำไรรายไตรมาสที่ดีเกินคาดก่อนเปิดตลาดก็ตาม หุ้น Humana ร่วงลง 21% ขณะที่หุ้น CVS Health ลดลง 14%

แต่ดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้วยข่าวดีจากผู้ผลิตชิปหน่วยความจำช่วยหนุนความเชื่อมั่นในภาคเทคโนโลยี ก่อนการประกาศผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ที่สำคัญ บริษัทสมาชิก “Magnificent Seven” อย่าง Meta, Microsoft และ Tesla จะประกาศผลประกอบการในวันพุธ ตามด้วย Apple ในวันพฤหัสบดี รวมไปถึงอีกกว่า 90 บริษัทในดัชนี S&P 500 จะรายงานผลประกอบการภายในสัปดาห์นี้

หุ้น Apple เพิ่มขึ้นกว่า 1% ขณะที่ Microsoft เพิ่มกว่า 2%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ คือ ผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของ Conference Board เดือนมกราคมที่ลดลง 9.7 จุด มาที่ 84.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 และต่ำกว่า 90.0 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงาน การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7,750 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 มกราคม

มุมมองต่อเศรษฐกิจในทางลบที่มากขึ้นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มการประชุมสองวันของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเป็นการตัดสินใจด้านนโยบายครั้งแรกของปี แม้จะคาดการณ์กันในวงกว้างว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% -3.75% แต่ตลาดกำลังจับตาสัญญาณเกี่ยวกับช่วงเวลาของการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ขณะเดียวกันความเป็นไปได้ที่จะปิดทำการของรัฐบาลอาจมากขึ้น เนื่องจากวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตพยายามขัดขวางร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณให้แก่กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงนายอเล็กซ์ เพรตติเสียชีวิตในเมืองมินนิอาโพลิส

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก ดัชนี STOXX 600 แตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยบวกจากบริษัทจดทะเบียน ที่ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่หุ้น Puma ผู้ผลิตชุดกีฬาพุ่งขึ้นหลังจากที่ขายหุ้นบางส่วนให้กับ Anta Sports ของจีน

การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นตอกย้ำว่านักลงทุนกำลังพึ่งพาปัจจัยเฉพาะของบริษัทเพื่อความเชื่อมั่นของตลาดท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ

ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 613.11 จุด เพิ่มขึ้น 3.54 จุด, +0.58%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,207.8 จุด เพิ่มขึ้น 58.95 จุด, +0.58%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,152.82 จุด เพิ่มขึ้น 21.67 จุด,+0.27%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,894.44 จุด ลดลง 38.64 จุด, -0.15%

กลุ่มธนาคารนำการเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 1.8% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2008 โดย HSBC เพิ่มขึ้น 2.8% และมีมูลค่าตลาดแตะ 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน
ช่วงหนึ่ง

เซียแรน คัลลาแกน หัวหน้าฝ่ายวิจัยหุ้นยุโรปของ Amundi กล่าวว่า พื้นฐานของภาคธนาคารดีขึ้นอย่างมาก คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตขึ้น และอาจเห็นผลประกอบการที่เกินความคาดหมายในปีนี้

หุ้น Puma ปรับตัวขึ้น 9% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากที่ Anta Sports Products ตกลงซื้อหุ้น 29.06% ในบริษัทเยอรมันแห่งนี้ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านยูโร (1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) คาดว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้ Puma เพิ่มยอดขายในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูง

หุ้น LVMH ปิดบวก 0.2% หุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.4% ในการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากที่ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าหรูกล่าวว่าขายสินค้าได้มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังในการฟื้นตัวของภาคสินค้าหรู แม้ความตึงเครียดทางการค้า ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง และราคาทองคำที่สูงจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรก็ตาม

หุ้น Roche บริษัทเภสัชกรรมสวิส ปิดตลาดทรงตัวหลังผันผวนตลอดช่วงการซื้อขาย หลังเปิดเผยว่าการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ของยาต้านโรคอ้วน CT-388 ซึ่งเป็นยาฉีดสัปดาห์ละครั้ง ได้ผลลัพธ์ที่ดี

หุ้นกลุ่มรถยนต์ลดลง 0.8% นักวิเคราะห์ไม่แน่ใจว่าข้อตกลงการค้าระหว่างอินเดียและสหภาพยุโรปที่รวมถึงการที่อินเดียลดภาษีนำเข้าจากผู้ผลิตรถยนต์ด้วยนั้นจะช่วยหนุนแบรนด์รถยนต์ยุโรปที่อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศได้มากแค่ไหน

นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวจากภัยคุกคามด้านภาษีของสหรัฐฯ ต่อระเบียบการค้าโลก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่นๆ จากเกาหลีใต้ โดยอ้างถึงความล่าช้าในการดำเนินการตามข้อตกลงที่ลงนามเมื่อปีที่แล้ว

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ หรือ 2.90% ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม
เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ หรือ 3.02% ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–